หลินเหย่าเหย่ากลับถึงหอพักก็รีบหยิบยาที่เอามาจากเรือนพักขึ้นมาทันที ก่อนจะส่องกระจกแล้วทายาให้ตัวเอง
ถ้าไม่ได้ส่องกระจก เธอก็คงไม่รู้ว่าใบหน้าบวมเป่งราวกับซาลาเปา
ตอนนั้นเธอแค่รู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้า แต่พอลองแตะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว น้ำตาก็แทบจะไหลออกมาเพราะความเจ็บ
“เสิ่นป้านเซี่ย นังสารเลว!!”
หลินเหย่าเหย่าข่มกลั้นความเจ็บ พลางทายาให้ตัวเองไปด้วย ด่าเสิ่นป้านเซี่ยไปด้วย
นังนั่นเห็นชัด ๆ ว่าตั้งใจจะทำให้เธอเสียโฉม!!
หลินเหย่าเหย่ากัดฟันกรอด “ช่างใจร้ายจริง ๆ!”
เสิ่นป้านเซี่ยจิตใจอำมหิต โจวอวี้เฟินก็ไม่ต่างกัน
คราวก่อนโจวอวี้เฟินก็ตบเธอไปหลายฉาด ถึงจะไม่หนักเท่าครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไร
แม่ลูกคู่นั้นใจร้ายเหมือนกันไม่มีผิด เธออดทนและถอยให้มาตลอด แต่พวกนั้นกลับคิดว่าเธอรังแกง่าย
รังแกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เธอต้องอับอายขายหน้า
“นังสารเลว พวกแกสมควรตาย!!”
“โอ๊ย นี่กำลังสาปแช่งใครอีกล่ะ?”
เซี่ยน่าเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทางเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก
เฉินเยี่ยนเดินตามหลังมา “ปัญญาชนหลิน ฉันไม่ได้บอกแล้วหรือว่าอย่าสาปแช่งคนอื่นอีก? ถ้าโดนฟ้าผ่าอีกครั้ง แล้วพวกเราทั้งเรือนปัญญาชนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยจะทำยังไง?”
พอทั้งสองเห็นสภาพของหลินเหย่าเหย่าก็ชะงักไปก่อน จากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ปัญญาชนหลิน ทำไมถึงโดนตีอีกแล้วล่ะ? แถมยังโดนซะขนาดนี้ ฉันเกือบจำไม่ได้เลย ฮ่า ๆ ๆ!!!”
“ฮ่า ๆ ๆ ขำจนท้องแข็งแล้ว ใบหน้าคนเราบวมได้ขนาดนี้ด้วยเหรอ บอกแล้วว่าอย่าเอาแต่สาปแช่งคนอื่นก็ไม่ฟัง ตอนนี้เป็นยังไงล่ะ ไม่โดนฟ้าผ่าก็โดนคนตี”
“ปัญญาชนหลิน ดูเหมือนเธอจะฉลาดอยู่นะ ทำไมถึงทำเรื่องโง่ ๆ ได้ทุกวันล่ะ?”
“บางทีเธออาจจะชอบโดนตีก็ได้ ไม่งั้นคงอยู่ไม่เป็นสุข ฮ่า ๆ ๆ!!”
เซี่ยน่ากับเฉินเยี่ยนหัวเราะจนน้ำตาไหล ตอนนี้พวกเธอเสียใจสุด ๆ ที่วันนี้ไม่ได้ไปดูเรื่องสนุกด้วยตาตัวเอง
พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตอนบ่ายเมื่อครู่ ทั้งสองก็รีบวิ่งมาที่หอพักทันที อยากเห็นว่าหลินเหย่าเหย่าโดนตีจนมีสภาพแบบไหน
