ทุกคนต่างมองหลินเหย่าเหย่าที่จู่ ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาราวกับคืนชีพด้วยความตะลึง เธอใช้ทั้งมือและเท้าปัดเสื้อผ้าตัวเองอย่างบ้าคลั่ง พลางกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
“ที่แท้ก็แกล้งนี่เอง มิน่าล่ะปัญญาชนแซ่เสิ่นถึงบอกว่าพวกเขามาเสียเวลาของเธอเปล่า ๆ”
“ฉันมองไปมองมา ก็ไม่เห็นมีหนอนบนตัวปัญญาชนแซ่หลินสักตัว แล้วเธอปัดอะไรอยู่กันแน่?”
“ต่อให้ไม่มีหนอนจริง ๆ แต่ถ้ามีขึ้นมาจริง เธอร้องเสียงดังขนาดนี้ หนอนคงถูกทำให้หนวกหูตายไปนานแล้ว”
“ฉันบอกแล้วไงว่าตามมาด้วยต้องมีเรื่องสนุกให้ดู ทุกครั้งที่ปัญญาชนแซ่หลินกับปัญญาชนแซ่เสิ่นมาอยู่ด้วยกัน ต้องเกิดเรื่องอะไรสักอย่างแน่”
“ปัญญาชนแซ่หลินกับปัญญาชนแซ่ถังคงตั้งใจสินะ ถึงกับแกล้งเป็นลมต่อหน้าปัญญาชนแซ่เสิ่น แต่ถูกจับได้ทันทีเลย”
“ยังพูดว่าไม่รู้สึกตัวอีก ฟังดูอาการหนักหนาสาหัสเสียจริง ปัญญาชนแซ่หลินยังเด้งไปเด้งมาได้ทั่ว ดูท่าจะลงนาไปทำงานเอาคะแนนสิบแต้มได้ด้วยซ้ำ”
“มิน่าปัญญาชนแซ่เสิ่นถึงไม่ชอบพวกเขา ใครเขาหลอกคนกันแบบนี้?”
“ทหารคนนั้นก็พวกเดียวกับพวกเขานั่นแหละ เมื่อกี้ยังด่าปัญญาชนแซ่เสิ่นว่าไร้จรรยาบรรณ ไม่คู่ควรเป็นหมออยู่เลย”
“พวกปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทนี่มีเรื่องมากจริง ๆ ก่อเรื่องวุ่นวายกันทุกครั้ง อ้อ ยกเว้นปัญญาชนแซ่เสิ่นคนนั้นนะ”
หลี่อ้ายกั๋วใจดิ่งวูบ เขากังวลว่าตัวก่อเรื่องสองคนนั้นจะก่อเรื่องขึ้นมาอีกในวันนี้ ทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทต้องเสียหาย จึงรีบร้อนตามมาด้วย
ใครจะคิดว่าเรื่องที่เขากังวลจะเกิดขึ้นจริง
