เดิมทีเซี่ยน่าก็เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว พอกัดหมั่นโถวที่ยังไม่สุกดีเข้าไปคำหนึ่ง ก็ระเบิดอารมณ์ทันที
“หลินเหยาเหยา เธอมีเรื่องแค้นเคืองอะไรกับพวกเราหรือไง? ทุกครั้งที่ถึงตาเธอทำกับข้าว ก็ต้องทำให้ทุกคนกินไม่ลง พวกเราเหนื่อยแทบตาย กลับมาก็แค่อยากกินหมั่นโถวแป้งหยาบสักมื้อ แล้วไปล้างหน้าล้างตาพักผ่อน แค่เรื่องง่าย ๆ แค่นี้เธอยังทำพังได้อีก!”
ความโกรธที่ทุกคนเพิ่งข่มเอาไว้เมื่อครู่พลันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“ปัญญาชนหลิน เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งปีกว่าแล้ว พวกเราก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยสอนทำกับข้าว ปัญญาชนคนอื่น ๆ ก็ผ่านช่วงแรกมาแบบนี้กันทั้งนั้น ทำไมพอเป็นเธอทีไร ทุกอย่างถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมด?”
“ก็เพราะจิตใจชั่วร้ายน่ะสิ ตัวเองทำเรื่องเลวร้ายจนถูกจับไปปรับปรุงความประพฤติ ก็เลยคิดจะทำให้คนอื่นอยู่ไม่เป็นสุขไปด้วย”
หลินเหยาเหยาก้มหน้า “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”
“ไม่ได้ตั้งใจ ๆ เธอพูดแบบนี้ทุกครั้ง แล้วคราวหน้าก็ทำแบบเดิมอีก หลอกพวกเราเหมือนเป็นคนโง่อยู่ได้”
เฉินเยี่ยนซดโจ๊กในชามจนหมดอย่างรวดเร็ว ถึงค่อยรู้สึกดีขึ้น
เธอจ้องถังสื่อหมิงด้วยสายตาไม่เป็นมิตร “ปัญญาชนถัง ตอนแรกพวกเราอยากแยกหลินเหยาเหยาออกไป ให้เธอทำอาหารกินเองต่างหากไม่ใช่หรือ? เป็นคุณที่ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะคอยดูหลินเหยาเหยา ไม่ให้เธอทำลายเสบียงของพวกเรา ทุกคนถึงยอมให้เธอกินข้าวร่วมกับพวกเราต่อ แล้วตอนนี้คุณจะว่ายังไง?”
