“ถ้าดีขนาดนั้น แล้วทำไมคุณถึงไม่เข้ารับราชการล่ะ?”
หลินฝานมองจางเชอแล้วถาม
“ผม... ผมเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัด...”
จางเชอพูดไปพูดมา ก็เริ่มพูดต่อไม่ออก
“แค่ก คุณคิดว่าผมไม่อยากเข้าหรือไง? บ้านผมไม่มีบรรพบุรุษคอยคุ้มครอง ผมจะทำอะไรได้ล่ะ”
“หึ ๆ”
หลินฝานกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาพบว่าจางเชอเป็นคนค่อนข้างน่าสนใจ ถ้าได้เป็นเพื่อนกันก็คงไม่เลว
“คุณรู้ไหมว่าทำไมเมื่อก่อนถึงมีแค่วังจิตมังกรกับสำนักงานปราบวิญญาณ แต่ตอนนี้ถึงมีกองบัญชาการผู้เหนือธรรมชาติเพิ่มขึ้นมา? ก็เพราะผู้มีพลังเหนือธรรมชาติมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแล”
จางเชอสูบบุหรี่ไปพลางพูดไปพลาง
“ไม่ใช่ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติทุกคนจะมีคุณสมบัติให้กองบัญชาการผู้เหนือธรรมชาติดึงตัวไป ต่อให้เป็นตำแหน่งนอกสังกัดก็ยังยาก... สรุปคือ ถ้าคุณมีโอกาสแบบนี้ ก็ต้องคว้าไว้ให้ดี”
“ผมเข้าใจแล้ว”
“เมื่อกี้ผมแค่แนะนำผู้มีพลังเหนือธรรมชาติสายต่อสู้ให้คุณฟังคร่าว ๆ อีกอย่างที่ต้องเตือนก็คือ ในโลกของผู้เหนือธรรมชาติ อย่าดูแคลนใครเด็ดขาด การสังหารคนที่อยู่เหนือระดับของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”
จางเชอมีสีหน้าจริงจังขึ้นไม่น้อย
“พวกผู้ฝึกตนยังพอเข้าใจได้ แต่พวกผู้มีพลังพิเศษหรือผู้ตื่นรู้ที่ควบคุมพลังลึกลับบางอย่าง มักมีความสามารถแปลกประหลาด มีวิธีการกับอิทธิฤทธิ์สารพัดอย่าง... แล้วก็ยังมีเผ่าพันธุ์อื่น ซึ่งอันตรายมากเหมือนกัน”
“ตอนนี้เผ่าพันธุ์อื่นมีเยอะไหม?”
“เยอะ ตั้งแต่เกิดการฟื้นคืนของพลังวิญญาณ เผ่าพันธุ์อื่นก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปีศาจ ผี สิ่งชั่วร้าย เผ่าโลหิต... หลินฝาน ตอนนี้คุณกลายเป็นคนเหนือธรรมชาติแล้ว โลกใบนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คุณต้องรีบปรับตัวให้ทัน”
