【ที่ฝากสมองไว้】
“เด็กดีจังเลยนะ” น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงความพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง
ภายในบ่อน้ำพุร้อน ร่างสองร่างปรากฏให้เห็นเลือนรางผ่านไอหมอกที่ลอยกรุ่น
ปลายนิ้วยาวเรียวของเซี่ยซือหลี่ลูบไล้แก้มนวลแดงระเรื่อของหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอราวกับกำลังเอ่ยชม
ผิวน้ำที่สงบนิ่งพลันแผ่ระลอกคลื่นออกไปเป็นวงแล้ววงเล่า
“อื้อ” อวี๋ไต้ขมวดคิ้วบาง ๆ อย่างอึดอัด แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เสียงครางแผ่วพร่าขาดห้วงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแดงระเรื่อ
ʚ•͈ᴗ•͈ɞ
เมืองจิง เวลาเกือบหนึ่งทุ่ม
รถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาในเขตที่พักอาศัยอ่าวถนนจิงเหออย่างเชื่องช้า
ที่นี่เป็นย่านหรูระดับแนวหน้าของเมืองจิง จะเรียกว่าเป็นทำเลทองที่ทุกตารางนิ้วมีค่าแพงลิบก็ไม่เกินจริง หากคิดจะซื้อบ้านที่นี่ ไม่ใช่แค่มีเงินก็พอ แต่ยังต้องมีอำนาจด้วย
อวี๋ไต้นั่งอยู่เบาะหลังของรถ มือทั้งสองข้างกอดกระเป๋าหนังสือไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ไม่นานรถก็จอดลงหน้าคฤหาสน์สไตล์ยุโรปหลังหนึ่ง
“คุณหนูอวี๋ ถึงแล้วครับ” คนขับรถที่นั่งอยู่เบาะหน้าบอก
“ขอบคุณค่ะ” อวี๋ไต้กล่าวขอบคุณเสียงเบา ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
พ่อบ้านที่ยืนรออยู่หน้าประตูยิ้มพลางก้าวเข้ามาต้อนรับ “สวัสดีครับ คุณหนูอวี๋”
“ขออนุญาตแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมเป็นพ่อบ้านที่นี่ แซ่หวัง”
อวี๋ไต้มองชายชราผมขาวตรงหน้า ริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันเล็กน้อย “คุณอาหวัง”
วันนี้เธอสวมเดรสสีขาว รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่หนึ่งเผยให้เห็นเรียวขาที่เพรียวสวยได้สัดส่วน
ผมยาวประบ่าทิ้งตัวสลวยลงมา ยิ่งขับให้หญิงสาวดูอ่อนหวานว่านอนสอนง่าย ใบหน้ารูปไข่ได้รูป คิ้วเรียวตาเป็นประกาย ผิวขาวผ่อง
เธอสวยอย่างไร้พิษภัย กลับชวนให้ผู้คนเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“คุณหนูอวี๋ไม่ต้องกังวลนะครับ นายท่านผู้เฒ่าแจ้งพวกเราไว้แล้วว่าคุณหนูจะมาถึงในช่วงสองวันนี้ ผมให้คนเตรียมห้องพักไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ”
พ่อบ้านหวังพูดพลางพาหญิงสาวที่เดินตามหลังเข้าไปในคฤหาสน์
ทันทีที่อวี๋ไต้ก้าวเข้าประตู ภาพแรกที่เห็นคือโถงใหญ่สุดหรูหรา โคมไฟประดับเพดานอันวิจิตรแผ่แสงเย็นเยียบลงมา
“คุณปู่เซี่ยไม่อยู่บ้านหรือคะ?”
อวี๋ไต้ไม่ใช่คนท้องถิ่นของเมืองจิง เธอนั่งรถไฟความเร็วสูงมาจากอำเภอเล็ก ๆ ห่างไกล คุณปู่เซี่ยกับคุณปู่ผู้ล่วงลับของเธอเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน และเอ็นดูเธอราวกับหลานสาวแท้ ๆ
อีกสองวันมหาวิทยาลัยจิงจะเปิดภาคเรียนพอดี พอคุณปู่เซี่ยได้ยินว่าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงได้ ก็เลยชวนให้ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยเสียเลย
เดิมทีอวี๋ไต้ไม่อยากรบกวน แต่ทนคำเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้นของคุณปู่เซี่ยไม่ไหว สุดท้ายจึงยอมตกลง
ตอนนี้เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องรับแขก เธอจึงอดถามไม่ได้
“คุณหนูอวี๋ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ช่วงนี้นายท่านผู้เฒ่ามีธุระด่วน ต้องเดินทางไปประเทศบี อีกสักพักก็กลับมาแล้วครับ” พ่อบ้านหวังอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อวี๋ไต้พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง พ่อบ้านหวังก็พาเธอไปยังห้องนอนของเธอ
หลังวางกระเป๋าเดินทางใบเล็กลง พ่อบ้านหวังก็เตรียมจะออกไป แต่ก่อนจากกัน เขายังถือโอกาสเตือนเธอไว้ประโยคหนึ่ง
“คุณหนูอวี๋ ห้องตรงสุดทางเดินชั้นสองเป็นห้องนอนของคุณชาย ถ้าไม่มีธุระก็พยายามอย่าไปแถวนั้นนะครับ คุณชายไม่ชอบให้ใครไปรบกวน”
แม้คุณชายจะพักอยู่ที่คฤหาสน์อีกหลังเป็นประจำและแทบไม่กลับมาที่นี่ แต่พ่อบ้านหวังคิดว่าควรเตือนเอาไว้ก่อน
“ขอบคุณค่ะคุณอาหวัง ฉันทราบแล้วค่ะ”
อวี๋ไต้รู้ว่าคุณปู่เซี่ยมีหลานชายอยู่คนหนึ่ง เพียงแต่เธอไม่เคยพบเขามาก่อน
“แต่คุณหนูอวี๋ไม่ต้องกังวลเกินไปนะครับ คุณชายไม่ได้กลับมาที่บ้านตระกูลเซี่ยนานแล้ว ส่วนใหญ่พักอยู่ข้างนอก”
พูดจบพ่อบ้านหวังก็เดินออกไปอย่างเงียบเชียบ
หลังพ่อบ้านหวังออกไปแล้ว อวี๋ไต้จึงผ่อนคลายลง ก่อนเริ่มสำรวจห้องนอนที่เป็นของเธอ
ห้องตกแต่งด้วยโทนสีชมพู ผ้าม่านเปิดไว้เพียงชั้นในสุดที่เป็นผ้าม่านโปร่ง ตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว
หลังจัดข้าวของกับเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางเสร็จ อวี๋ไต้ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มทั้งร่าง
จากนั้นเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเวยซิ่น
【ไต้ไต้สุดน่ารัก】: เยว่เยว่ ฉันถึงเมืองจิงแล้วนะ
ท้ายข้อความยังมีสติกเกอร์แมวน้อยหมุนตัวอย่างร่าเริงแนบมาด้วย
สองสามวินาทีต่อมา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น
【เยว่ไหลเยว่ห่าว】: เป็นยังไงบ้าง ๆ เมืองจิงหรูหราเหมือนที่บรรยายไว้ในนิยายเลยไหม? มีหนุ่มหล่อสาวสวยเดินกันเต็มไปหมดหรือเปล่า?
【เยว่ไหลเยว่ห่าว】: ฮือ น่าเสียดายจัง ตอนนั้นถ้าฉันตั้งใจเรียนให้ดี บางทีคงได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองจิงกับไต้ไต้แล้วแท้ ๆ
【เยว่ไหลเยว่ห่าว】: น้องหมาเศร้า.jpg
อวี๋ไต้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบอย่างตั้งใจ
【ไต้ไต้สุดน่ารัก】: อื้อ หรูหรามากจริง ๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกสูงระฟ้า
【ไต้ไต้สุดน่ารัก】: แต่เยว่เยว่ไม่ต้องเสียใจนะ พอปิดเทอมฤดูหนาวฉันก็กลับไปแล้ว
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว จนถึงห้าทุ่ม มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
อวี๋ไต้นอนกุมท้องที่ว่างเปล่าอยู่บนเตียง ลังเลว่าจะลงไปหาอะไรกินดีไหม
วันนี้เธอกินข้าวไปแค่มื้อกลางวัน ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงตอนนี้แทบไม่ได้กินอะไรเลย
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง อวี๋ไต้ก็ลุกจากเตียง เปิดประตูห้องอย่างเบามือ แล้วใช้เพียงแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องทางเดินลงไปชั้นล่าง
ตอนเดินผ่านห้องรับแขก เพราะแสงสลัวเกินไป เธอจึงไม่ทันสังเกตว่ามีร่างสูงโปร่งนั่งอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง
เมื่อเดินมาถึงห้องครัว อวี๋ไต้ก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนเปิดประตูตู้เย็น
น่าเสียดายที่ข้างในว่างเปล่าเสียจนแม้แต่หนูเข้ามาก็คงต้องทิ้งขนไว้สักสองเส้นแล้วค่อยจากไป
แววผิดหวังพาดผ่านดวงตาของหญิงสาว ขณะที่กำลังจะปิดตู้เย็น เธอกลับเหลือบไปเห็นนมสตรอว์เบอร์รีกล่องหนึ่งวางอยู่บนชั้นบนสุด
อวี๋ไต้เผลอยิ้มจนดวงตาโค้งขึ้น เธอเขย่งปลายเท้า ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบนมกล่องนั้น
แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะกล่องนม มือเรียวยาวได้รูปของใครคนหนึ่งก็เอื้อมมาจากด้านหลัง คว้ากล่องนมไปเสียก่อน
“อ๊ะ” อวี๋ไต้สะดุ้งตกใจ เธอร้องอุทานเสียงเบา ก่อนหมุนตัวกลับไปตามความเคยชิน แล้วรีบอธิบาย
“ฉันไม่ใช่ขโมยนะคะ แค่หิวมาก อย่าเข้าใจผิดเลยค่ะ”
เพราะความประหม่า ขนตาหนาเป็นแพยาวของหญิงสาวสั่นไหวไม่หยุด ปลายนิ้วที่แนบอยู่ข้างตัวกำชายเสื้อนอนไว้แน่น
เวลานั้นเอง เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ที่ยากจะคาดเดาของชายหนุ่มก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ แฝงความเหนียวหนืดน่าขนลุก คล้ายงูพิษที่กำลังรอโอกาสจู่โจม
“ไม่ใช่ขโมย แล้วทำไมถึงมาโผล่บ้านฉันกลางดึก?”
อวี๋ไต้เงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายหนุ่มตรงหน้าสวมสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีตพอดีตัว
กระดุมตรงคอเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกสองเม็ด เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าสวยงามบางส่วนกับลำคอระหง
โครงหน้าของชายหนุ่มโดดเด่นไร้ที่ติ สันจมูกโด่ง ริมฝีปากแดงชาด ดวงตาเรียวยาวฉายแววหยอกเย้าอยู่เล็กน้อย
สายตาของเซี่ยซือหลี่ทอดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง มองดวงตาเรียวที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยกับผิวขาวอมชมพูของเธอ
ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอขึ้นนิด ๆ ด้วยความตกใจ เผยให้เห็นเนื้อในสีแดงชาดเพียงเล็กน้อย
ชุดนอนสีชมพูที่สวมอยู่ยิ่งขับให้หญิงสาวดูอ่อนหวานและว่านอนสอนง่าย
แววตาของชายหนุ่มหม่นลึกขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือที่ถือกล่องนมสตรอว์เบอร์รีลูบไล้ไปมาสองครั้ง ราวกับกำลังสัมผัสผิวอ่อนนุ่มของหญิงสาว
จุ๊ ๆ ทำไมถึงเกิดมาชวนให้คนสงสารได้ขนาดนี้นะ
อวี๋ไต้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล เธอรีบหลุบตาลงอธิบายว่า “คุณปู่เซี่ยให้ฉันมาอยู่ที่นี่ค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ส่งข้อความไปถามท่านได้เลย”
พูดจบเธอก็เตรียมหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะแล้ววิ่งขึ้นชั้นบน แต่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังกลับเรียกเธอไว้
“ไม่เอานมแล้วหรือ?”
