ขณะที่กู้ฉางเซิงมุ่งหน้าไปยังที่พักของผู้ดูแลหลี่ ในห้องของนางก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
ร่างนั้นสวมอาภรณ์ม่วง ทุกอิริยาบถล้วนแฝงไว้ด้วยความสง่างามและสุขุม นั่นคือลั่วชิงเกอ
หลังจากผู้ดูแลหลี่กลืนโอสถเม็ดนั้นลงไป ร่างกายก็เริ่มสั่นเทา
“เป็นไปได้อย่างไร? โอสถเผยหยวนนี่มีปัญหา?”
ผู้ดูแลหลี่รู้ตัวได้อย่างรวดเร็วว่าโอสถเผยหยวนมีปัญหา สีหน้าของนางเปลี่ยนไปด้วยความตื่นตระหนก
นางรีบหมุนเวียนพลังหวังจะระงับพิษนั้นไว้
แต่ในตอนนั้นเอง มือขาวนวลข้างหนึ่งก็วางลงบนกลางหลังของนางอย่างแผ่วเบา
ในจังหวะที่สัมผัสถึงมือนั้น สีหน้าผู้ดูแลหลี่แปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง “ศิษย์พี่ลั่ว เหตุใดจึงเป็นท่าน?”
“เหตุใดจึงเป็นข้าไม่ได้เล่า? ฮ่า ๆ ๆ!”
“โอสถที่ข้ามอบให้คนรับใช้นั่น เจ้าคิดจะหยิบฉวยไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเจ้าหาที่ตายเอง เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้า!”
ลั่วชิงเกอหัวเราะเยาะ เสียงคาถาดังขึ้นทีละบท โอสถในร่างผู้ดูแลหลี่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทันที กลุ่มหมอกดำนั้นแปรเปลี่ยนเป็นปากมหึมาดั่งอสูรเถาเที่ย เริ่มกลืนกินโลหิตและปราณในร่างผู้ดูแลหลี่อย่างบ้าคลั่ง
โลหิตและพลังที่ถูกนางดูดกลืนมาจากผู้อื่น รูปร่างที่เคยอิ่มเอิบอวบอัด ก็เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วภายใต้การกลืนกินนี้
ผู้ดูแลหลี่ร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
“อย่าเลย ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะคืนโอสถนั้นให้เดี๋ยวนี้ ศิษย์พี่ลั่วไว้ชีวิตข้าด้วย!”
“คืนโอสอะไร? มันก็มีไว้ให้เจ้าแย่งไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เจ้าคนโง่” ลั่วชิงเกอหัวเราะเย้ย “ตอนนี้ เจ้ากำลังจะกลายเป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงของข้าแล้ว…”
“ที่แท้ต้นตอคนรับใช้ในกองคนรับใช้หายตัวไปมากมายก็คือเจ้า แม่นางมารร้าย…”
ผู้ดูแลหลี่เข้าใจในทันทีว่าเป้าหมายของลั่วชิงเกอไม่เคยเป็นกู้ฉางเซิง หากแต่เป็นนาง
ลั่วชิงเกอฟันธงว่านางจะแย่งโอสถเผยหยวนของกู้ฉางเซิงไป จึงได้วางยาพิษลงในโอสถเผยหยวนนั้น และยาพิษที่วางไว้ก็คือพิษโอสถมนุษย์ที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างยิ่ง
โอสถที่ถูกทำอะไรบางอย่างไว้เช่นนี้ เมื่อกลืนลงท้องไปแล้ว พลังกลืนกินนับไม่ถ้วนจะเปลี่ยนพลังบำเพ็ญและโลหิตปราณทั้งหมดของผู้กินโอสถให้เป็นฤทธิ์ยาและกลืนกินจนหมดสิ้น
“เพิ่งคิดออกหรือ? น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว!” ลั่วชิงเกอส่งเสียงเย็นชา หาได้หยุดมือลงไม่ กลับเร่งปลดปล่อยพลังให้เร็วขึ้นอีก
เพียงแค่ครึ่งก้านธูป ผู้ดูแลหลี่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นโอสถมนุษย์อย่างสมบูรณ์ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง พลังบำเพ็ญขั้นหลอมปราณระดับห้าของนาง รวมถึงโลหิตปราณทั่วร่างล้วนถูกโอสถเม็ดนั้นดูดซับจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นว่าโอสถเม็ดนี้มีฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า ลั่วชิงเกอก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ไม่เลวเลย คงพอให้ข้าทะลวงสู่ขอบเขตสูงสุดของขั้นสร้างฐานได้ อืม…”
“อันที่จริงก็ต้องขอบใจเด็กนั่นอยู่บ้าง หากไม่มีเรื่องนี้ ก็คงไม่สามารถใช้มือเขาส่งโอสถนี้ให้ตกไปถึงมือหญิงคนนี้ได้”
สีหน้าอ่อนโยนของลั่วชิงเกอกลายเป็นความเย็นเยียบถึงกระดูกดำ หลังจากเก็บโอสถมนุษย์นั่นแล้ว มือนวลของลั่วชิงเกอก็ยกขึ้น เปลวเพลิงสายหนึ่งตกลงบนร่างผู้ดูแลหลี่ ในพริบตาผู้ดูแลหลี่ก็ถูกเผาเป็นเถ้าธุลี
ผู้ดูแลหลี่ จอมบีฑาแห่งยุค หญิงงามสำส่อนในหมู่ผู้บำเพ็ญดับสูญไปแล้ว!
“….”
นอกถ้ำสวรรค์ของผู้ดูแลหลี่ กู้ฉางเซิงในตอนนี้ปิดปากตัวเองไว้แน่น มองดูเหตุการณ์นี้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เขาไม่คาดคิดว่าการตัดสินใจมาหาเรื่องผู้ดูแลหลี่จะได้เป็นสักขีพยานในชั่วขณะน่าสะพรึงของลั่วชิงเกอ ผู้ดูแลหลี่ที่เคยวางอำนาจกดขี่คนรับใช้ทั้งหมดมาก่อน กลับถูกเปลี่ยนเป็นโอสถมนุษย์ ดูดจนกลายเป็นศพแห้งเพียงชั่วคืน
ส่วนศิษย์พี่ลั่วที่ในตอนกลางวันดูอ่อนโยนและเป็นกันเอง ยามนี้ช่างเหมือนปีศาจร้าย กำลังหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม
กู้ฉางเซิงรู้สึกเสียใจอย่างที่สุดที่ตนได้มาที่นี่
เพราะเขาค้นพบความลับของลั่วชิงเกอโดยไม่ได้ตั้งใจ หากถูกลั่วชิงเกอรู้ว่าทุกสิ่งที่ลั่วชิงเกอทำนั้นอยู่ในสายตาของเขา วันนี้เขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในตอนนี้ กู้ฉางเซิงพยายามซ่อนตัวอยู่ในราตรีอย่างถึงที่สุด ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
เมื่อลั่วชิงเกอทำทุกอย่างเสร็จ ก็เดินออกมาจากเรือน
เมื่อกวาดตามองรอบ ๆ อย่างเป็นสัญชาตญาณ พบว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้เคียง กลิ่นอายเย็นเยียบก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนและเป็นมิตร
กระบี่วิเศษเล่มหนึ่งตัดผ่านท้องฟ้า ลั่วชิงเกอจากไปจากที่พักของผู้ดูแลหลี่
“น่าหวาดเสียวแท้ เกือบถูกพบเข้าให้”
หลังจากลั่วชิงเกอจากไป กู้ฉางเซิงก็ตกใจจนวิ่งกลับไปยังที่พักของตนโดยไม่หันหลังกลับไปมอง
ตอนนี้เขารู้สึกว่าโลกทัศน์ของตนพังทลายลงแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าแท้จริงแล้วโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนช่างโหดเหี้ยม ปลาใหญ่กินปลาเล็กถึงเพียงนี้
แม้ว่าผู้ดูแลหลี่จะวางอำนาจบาตรใหญ่ ไม่เพียงแต่แย่งของสำคัญของเขาไป แต่ยังหักข้าววิญญาณของเขาอีก
แต่ในตอนนี้ หญิงสาวที่กู้ฉางเซิงมองว่าเป็นภัยคุกคามมหาศาลคนนี้ กลับถูกศิษย์พี่ลั่วคนนี้กำจัดทิ้งอย่างง่ายดายราวกับมดปลวก
กู้ฉางเซิงวิ่งอย่างรวดเร็ว หวาดกลัวว่าจะมีผู้ใดรู้ว่าเขาเคยไปยังถ้ำสวรรค์ของผู้ดูแลหลี่
ไม่ใช่เพียงแค่กลัวถูกลั่วชิงเกอพบ แต่เพราะการตายของผู้ดูแลหลี่นั้นเป็นปัญหาใหญ่ เขากลัวว่าคนอื่นจะป้ายความผิดนี้ให้กับตน
กว่าจะกลับถึงที่พักของตนเอง กู้ฉางเซิงก็ลูบอกโป้งป้างพลางหอบหายใจเสียงดัง
“ข้าตกใจแทบตาย…”
ในตอนนั้นเอง…
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นหลังกู้ฉางเซิงอย่างไม่มีสุ้มเสียง
“อะไรทำให้เจ้าตกใจแทบตายหรือ?”
เมื่อได้ยินเสียงอ่อนโยนและเป็นมิตรนั้น หนังศีรษะกู้ฉางเซิงก็ชาราวกับต้องมนต์ ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งร่าง กู้ฉางเซิงฝืนข่มใจหันกลับไป ก็เห็นลั่วชิงเกอไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ปรากฏอยู่ในกระท่อมมุงฟางของตน
“ศิษย์พี่ลั่ว มาตั้งแต่เมื่อใดหรือ?” กู้ฉางเซิงตะกุกตะกักหันศีรษะ
“เพิ่งมาถึง คิดว่าเมื่อวานเจ้าได้รับบาดเจ็บจากศิษย์น้องเย่ จึงมาดูว่าเจ้าฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง”
ลั่วชิงเกอมองกู้ฉางเซิงด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ พลางถามว่า “เมื่อครู่เจ้าไปที่ใดมา? อะไรทำให้เจ้าตกใจหรือ?”
เมื่อเผชิญกับคำถามนี้ ใจของกู้ฉางเซิงพลันบีบแน่น ฝืนใจตอบว่า “ตอบศิษย์พี่ลั่ว วันนี้ข้าไปดูไร่วิญญาณอีก อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไร่วิญญาณ แต่ไม่ทันจะถึงไร่วิญญาณก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อข้า คิดว่าข้าเพิ่งฝังหลัวชิงด้วยมือตัวเองเมื่อวานนี้ ข้ารู้สึกขนพองสยองเกล้า จึงตกใจวิ่งกลับมาโดยตรง”
“เช่นนั้นหรือ?” ลั่วชิงเกอเหมือนจะใช้ความคิด ก่อนจะถามต่อไปว่า “จริงสิ โอสถเผยหยวนที่ข้าให้เจ้าเมื่อวาน เจ้ากินไปแล้วหรือยัง?”
เมื่อคำถามวกกลับมาที่โอสถเผยหยวน กู้ฉางเซิงรู้สึกเพียงว่ากลิ่นอายของลั่วชิงเกอเปลี่ยนไป เมื่อนึกถึงสภาพน่าสมเพชของผู้ดูแลหลี่ กู้ฉางเซิงก็รีบกล่าวว่า “ศิษย์พี่ลั่วยังไม่ทราบ โอสถเผยหยวนที่ข้าได้มา โดนผู้ดูแลหลี่แย่งไปตั้งแต่อยู่ในมือ ข้าจึงกินเพียงโอสถหลิงหยวนสองสามเม็ดเพื่อรักษาบาดแผล ยังไม่ได้กินโอสถเผยหยวนเลย”
เมื่อกู้ฉางเซิงพูดจบ ก็คอยสังเกตสีหน้าของลั่วชิงเกออย่างระมัดระวัง ก็เห็นลั่วชิงเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะผิดหวังอยู่บ้าง
“ช่างเถอะ ไม่ได้กินก็ไม่ได้กิน ตอนนี้ข้าเองก็ไม่มีโอสถเผยหยวนเม็ดใหม่ รอให้ข้าหลอมได้ใหม่จะนำมาให้เจ้าอีกสองเม็ด”
ลั่วชิงเกอยื่นมือมาตบไหล่กู้ฉางเซิง น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวว่า “ต่อไปหากใครถามหา เจ้าอย่าได้บอกว่าโอสถเผยหยวนของเจ้าถูกผู้ดูแลหลี่แย่งไป เข้าใจหรือไม่? มิเช่นนั้นข้าเกรงว่าเจ้าจะอยู่ในกองคนรับใช้ไม่ได้”
“เข้าใจแล้ว ศิษย์พี่!”
หากเขาไม่ได้เห็นลั่วชิงเกอลงมือเปลี่ยนผู้ดูแลหลี่เป็นโอสถมนุษย์ด้วยตาตัวเอง เกรงว่าตอนนี้เมื่อได้ฟังคำกำชับอ่อนโยนเช่นนี้ กู้ฉางเซิงคงซาบซึ้งจนน้ำตาไหล รู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นเทพธิดาจุติลงมาชัด ๆ
แต่ตอนนี้เมื่อได้ฟังคำพูดอ่อนโยนนี้ กู้ฉางเซิงกลับรู้สึกเพียงความหนาวยะเยือกเป็นระลอก ๆ …
เห็นได้ชัดว่าลั่วชิงเกอต้องการปิดบังความจริงที่ว่านางเปลี่ยนผู้ดูแลหลี่เป็นโอสถมนุษย์
ตราบใดที่เขาไม่พูดว่าโอสถเผยหยวนนั้นเป็นสิ่งที่เขามอบให้ผู้ดูแลหลี่ ความตายของผู้ดูแลหลี่ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับลั่วชิงเกอแต่อย่างใด
“ฮ่า ๆ หากมีเรื่องใดในภายหน้าก็มาหาข้าได้ ข้าจะปิดด่านสักระยะหนึ่ง หลังจากออกจากด่านแล้ว จะชดใช้โอสถเผยหยวนสองเม็ดที่ผู้ดูแลหลี่แย่งจากเจ้าไปให้”
เมื่อพูดจบ ลั่วชิงเกอก็ก้าวออกจากกระท่อมของกู้ฉางเซิง แล้วกลายเป็นแสงกระบี่สายหนึ่งจากไป
กู้ฉางเซิงจ้องมองอยู่พักใหญ่ จนแน่ใจว่าลั่วชิงเกอจากไปแล้วจริง ๆ จึงตกใจจนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเสียงดังตุบ
“คราวนี้แย่แน่แล้ว…”
“ลั่วชิงเกอจับตาดูข้าแล้ว”
“ข้าควรทำอย่างไรดี? หากไม่ใช่เพราะนางไม่มีโอสถเผยหยวนที่ใส่สิ่งเพิ่มเติม น่ากลัวว่าวันนี้ข้าก็คงจะกลายเป็นโอสถมนุษย์เช่นเดียวกับผู้ดูแลหลี่ ตายอย่างไร้ซาก”
“แต่ถึงแม้วันนี้นางจะไม่มี แต่เมื่อนางดูดซับฤทธิ์โอสถมนุษย์เม็ดนั้นหมดแล้ว นางก็จะหลอมเม็ดใหม่ออกมา ตอนนั้นข้าก็คงหนีความตายไม่พ้นเช่นกัน…”
ในตอนนี้ กู้ฉางเซิงตกใจจนหกจิตเจ็ดวิญญาณไม่อยู่ติดร่างแล้ว
โชคดีที่ผู้ดูแลหลี่แย่งโอสถเผยหยวนของเขาไปหนึ่งเม็ด และลั่วชิงเกอไม่รู้ว่าผู้ดูแลหลี่แย่งไปเพียงเม็ดเดียว
มิเช่นนั้น หากให้ลั่วชิงเกอรู้ว่าในมือของเขายังมีอีกเม็ด วันนี้ลั่วชิงเกอก็คงไม่กำชับเขาอย่างอ่อนโยน แต่คงจะทำทีเดียวให้จบ หลอมเขาไปพร้อมกันด้วย
ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ กู้ฉางเซิงก็กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง กำหมัดแน่นกล่าวว่า
“ดูท่าคงต้องรีบเร่งยกระดับพลังให้ถึงขั้นสร้างฐานก่อนนางจะออกจากด่าน จึงจะมีโอกาสรอดสักน้อย”
หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้ว กู้ฉางเซิงก็กระสับกระส่ายนอนลงบนเตียง ตาค้างตลอดคืนจนกระทั่งฟ้าสาง กู้ฉางเซิงจึงหิ้วข้าววิญญาณมุ่งหน้าไปโรงอาหาร
ตอนนี้กู้ฉางเซิงยังมีข้าววิญญาณอยู่อีกประมาณ 10 ชั่ง แหล่งที่มาหลัก ๆ คือ 5 ชั่งที่เขาเก็บไว้เอง บวกกับอีก 5 ชั่งที่ผู้ดูแลหลี่ยกมาให้หลังหลัวชิงตาย
ส่วนข้าววิญญาณที่ผู้ดูแลหลี่ให้ในโรงอาหาร กู้ฉางเซิงเอาไปแลกเป็นโอสถวิญญาณ
ตอนนี้กู้ฉางเซิงกำลังจะไปหาไอ้เด็กตกกระนั่น หลิวหู่ เพื่อแลกโอสถวิญญาณ 20 เม็ดในมือของหลิวหู่