"เจ้าชื่อกู้ฉางเซิงรึ?"
ริมไร่วิญญาณผืนหนึ่ง สตรีนางหนึ่งสวมอาภรณ์ผู้ดูแลสีคราม รูปร่างอวบอิ่ม กำลังก้มเอวพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า นางปลดคอเสื้อต่ำมาก ยามก้มตัวลง ภาพในนั้นปรากฏเลือนราง
"เรียนผู้ดูแลหลี่ ผู้น้อยคือข้า"
เด็กหนุ่มนามกู้ฉางเซิง ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี เพิ่งออกมาจากป่าเขา ใช้เวลาถึงสามปีจึงมาถึงที่นี่
ยามนี้ประจันหน้ากับภาพยั่วยวนเช่นนี้ เด็กหนุ่มกลับไม่กล้ามองซ้ำอีก
เพราะตลอดทางที่เดินสู่สำนักเขาซาน เขาผ่านความเป็นความตายมากมาย ผ่านร้อนหนาวมามากนัก ก่อนขึ้นเขาเขาเห็นเด็กรับใช้คนหนึ่งเงยหน้ามองชายกระโปรงของศิษย์หญิงที่ขี่กระบี่บินผ่านไป ชั่วอึดใจต่อมาก็ถูกศิษย์หญิงนั้นตวัดกระบี่กลับหลัง สังหารสิ้น
ตอนนั้นเขาตกใจแทบตาย ได้แต่อยากกลับบ้าน แต่นึกได้ว่าตนมีสิ่งยืนยันตัวอยู่ ก็รวบรวมความกล้าขึ้นเขา...
เพราะเขาไม่มีบ้านอีกแล้ว...
"ไม่ต้องเคร่งเครียดถึงเพียงนั้นหรอก น้องชาย"
ผู้ดูแลหลี่เห็นท่าทีลนลานของเด็กหนุ่มก็อดหัวเราะไม่ได้ จากนั้นก็ยื่นนิ้วเรียวขาวขึ้นมาเชยคางเขา
"เงยหน้าขึ้นให้พี่ดูหน่อยสิ"
กู้ฉางเซิงจำต้องเงยหน้า สายตาละลานผ่านไป ตรงเข้ากับร่องลึกสุดหยั่งที่หน้าอกผู้ดูแลหลี่
ใต้ผิวขาวดั่งหยกนั่น หว่างเขาสูงตระหง่าน มีหยกสีแดงชิ้นหนึ่งแขวนอยู่ตรงร่องลึกที่สุดพอดี ปิดกั้นสายตาที่สืบสาวลงไป...
ภาพที่ปรากฏเลือนรางนี้ ยั่วยวนถึงที่สุด
กู้ฉางเซิงเคยพบพานภาพเช่นนี้ที่ไหน? ชั่วขณะหัวใจเต้นระรัว หน้าแดงก่ำ
"เป็นน้องน้อยขี้อายอยู่ด้วยรึ? ฮ่าๆๆ~"
ผู้ดูแลหลี่เห็นท่าทางเขินอายของเขาก็หัวเราะเบาๆ เอ่ยถามว่า "มาบอกพี่หน่อยสิ เจ้าตรวจพบรากวิญญาณอะไร?"
"เรียนผู้ดูแลหลี่ รากวิญญาณอลเวง"
"รากวิญญาณอลเวง?" ผู้ดูแลหลี่สีหน้าชะงัก หลังจากนั้นก็ระเบิดหัวเราะลั่น
"ฮ่าๆๆ ของซวยอย่างนี้ดันให้มาเจอกับเจ้าหรือ? รากวิญญาณห้าธาตุของไร้ค่านั้นยังดีกว่าเจ้าสิบเท่า ช่างโชคร้ายนัก"
นางหัวเราะตัวงอ ภาพในคอเสื้อแกว่งไกวจนตาลาย กู้ฉางเซิงสีหน้าเอือมระอา ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
"ให้ผู้ดูแลหลี่หัวเราะแล้ว"
กู้ฉางเซิงผู้นี้เดิมเป็นเพียงมนุษย์สามัญ
ปู่ของเขาเคยเป็นศิษย์สายในของสำนักเขาซาน แต่น่าเสียดายที่หลายปีก่อนลงจากเขามาบาดเจ็บสาหัส ได้แต่หลบซ่อนตัวในป่าเขา แต่งเมียมีลูก ต่อมาก็จากไปก่อนวัยอันควร เหลือไว้แค่สิ่งยืนยันตัวเข้าสำนักเขาซานชิ้นหนึ่ง บอกว่าหากวันหน้าลูกหลานในบ้านอยากบำเพ็ญ ก็สามารถนำสิ่งนี้ไปฝากตัวกับสำนักเขาซาน...
อายุสิบสี่ปี บิดามารดาของเขาทำนาในที่ดินของตน ถูกผู้บำเพ็ญเซียนที่ต่อสู้กลางอากาศลอยมาพัวพัน สิ้นชีวิตทั้งคู่ เหลือเขาเพียงลำพัง คนในหมู่บ้านเห็นเขายังน้อยแต่กำพร้าพ่อแม่ ต่างว่าเขาเป็นดาวมรณะ เคราะห์ร้าย ไม่ยอมให้เขาอยู่ในหมู่บ้าน
กู้ฉางเซิงได้แต่ออกจากหมู่บ้าน ใช้เวลาสามปีกว่าจะหาสำนักเขาซานที่อยู่ไกลนับพันลี้จนพบ...
"สิ่งยืนยันตัวในมือเจ้านี่... เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสหวังให้ไว้หรือ?"
ผู้ดูแลหลี่หัวเราะอยู่นาน ในที่สุดก็ทอดสายตาลงบนแผ่นป้ายสิ่งยืนยันตัวสีเหลืองเก่าในฝ่ามือเขา
"อืม~" กู้ฉางเซิงพยักหน้า สีหน้านอบน้อมยิ่ง กล่าวว่า "รบกวนผู้ดูแลหลี่ช่วยแจ้งที ว่าลูกหลานสหายเก่า กู้ฉางเซิง ขอเข้าพบ..."
"เช่นนั้นเจ้าคงต้องผิดหวังแล้ว เพราะผู้อาวุโสหวังปีก่อนเกิดจิตยุ่งเหยิงสิ้นไปแล้ว"
"ดังนั้นสิ่งยืนยันตัวของเจ้าตอนนี้ไร้ค่าแล้ว..."
ผู้ดูแลหลี่ดึงสิ่งยืนยันตัวจากมือกู้ฉางเซิง ยัดเข้าไปในคอเสื้อตนเองอย่างไม่แยแส เบียดเสียดอยู่กับหยกสีแดงนั่น
กู้ฉางเซิงสีหน้าเปลี่ยนไป อ้าปากพูดว่า "แต่ปู่ข้าบอกว่า..."
"ปู่เจ้าพูดอะไร ตอนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า?"
ผู้ดูแลหลี่ขัดจังหวะอย่างรำคาญ "ผู้อาวุโสหวังตายไปแล้ว เจ้าเอาเขามาข่มข้ามีประโยชน์อะไร? ด้วยรากวิญญาณอลเวงของเจ้า สำนักไหนยอมรับเจ้าให้สิ้นเปลืองทรัพยากร?"
ผู้ดูแลหลี่กล่าวต่อ "บุรุษไร้ผิด มีทรัพย์คือผิด ในสำนักเขาซานนี่ เจ้าตอนนี้ไร้ญาติขาดมิตร ยังเป็นมนุษย์สามัญ หาได้มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ เลย ข้าหากเป็นเจ้า ก็จะเชื่อฟัง ยกสิ่งยืนยันตัวนี้ให้ข้า เพียงแค่ข้าเอาไปขายได้ราคาดี ข้ายังรับน้ำใจเจ้าดูแลเจ้าสักหน่อย... อาจจะได้ก้าวสู่หนทางบำเพ็ญก็ได้"
กล่าวจบ ผู้ดูแลหลี่ระเบิดพลังบำเพ็ญ คว้าคอเสื้อกู้ฉางเซิง มือหยกที่ดูบอบบาง กลับชูร่างกู้ฉางเซิงขึ้นอย่างง่ายดาย...
"ก็เช่นตอนนี้ข้า แม้อยู่เพียงขั้นกลั่นปราณ แต่หากคิดจะฆ่าเจ้า ก็ง่ายดั่งฆ่าไก่ และหากเจ้าตายไป ก็ไม่มีใครออกหน้าแทนเจ้า นี่แหละคือความหมายของการบำเพ็ญ เจ้าเข้าใจหรือไม่?"
สัมผัสได้ถึงเจตนาคุกคามของผู้ดูแลหลี่ กู้ฉางเซิงใจหายวาบ รีบกล่าว "ผู้ดูแลหลี่โปรดระงับโทสะ ข้ายินดีอยู่"
"เช่นนี้ก็ดีซิ" ผู้ดูแลหลี่แปรเปลี่ยนเป็นหน้ายิ้มทันที นางดึงกู้ฉางเซิงมาข้างหน้า หน้าอกอิ่มแน่นแทบชิดขึ้นมา ฝ่ามือนุ่มนิ่มวางที่อกเขา ปลายนิ้วลากเป็นวงกลมเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าหยาบ
"เป็นเด็กรับใช้เหนื่อยก็เหนื่อยหน่อย... แต่หากเจ้าเชื่อฟัง พี่ก็จะไม่ขาดตกบกพร่องเจ้า หากเจ้ารู้สึกเหนื่อย... กลางคืนมาที่ห้องพี่ พี่เปิดประตูให้ อยู่กับพี่ จะได้ทำงานหนักน้อยลงมากเชียวนะ~"
ขณะพูดลมหายใจนางพ่นใส่รากหูกู้ฉางเซิง ทำให้ขนทั่วร่างเขาลุกชัน
คิดดูเมื่อครู่หากตนไม่ยินยอม เกรงว่าตนคงตายไปแล้วกระมัง?
และตอนนี้ หญิงผู้นี้เปลี่ยนหน้าฉับพลัน มารร้ายกลายเป็นเทพธิดา นี่ทำให้กู้ฉางเซิงนึกถึงเด็กรับใช้ที่ถูกสังหารตัดหัวคนนั้น...
กู้ฉางเซิงรีบส่ายหน้ากล่าว
"ขอบคุณผู้ดูแลหลี่ที่เมตตา"
"ศิษย์ไม่เหนื่อย"
"มาใหม่อย่างนี้ ไร้เดียงสา ฮึๆ ต่อไปเจ้าจะเข้าใจเอง"
รอยยิ้มผู้ดูแลหลี่แข็งนิ่ง แล้วค่อยๆ ชักมือกลับ "ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ตั้งใจทำงานให้ดี ในไร่วิญญาณนี้ สมุนไพรวิญญาณแม้ต้นเดียวล้วนมีค่ากว่าชีวิตเจ้า ทุกวันรดน้ำพุวิญญาณเขาสามครั้ง ปริมาณน้ำของสมุนไพรวิญญาณแต่ละชนิดไม่เท่ากัน ไปท่องคู่มือเอง พรุ่งนี้ตีสี่ตื่นมาตักน้ำ ทำงานไม่เสร็จห้ามกินข้าว"
"แล้วก็นี่ ข้าววิญญาณสิบชั่งกับโอสถวิญญาณสามเม็ดของเดือนนี้เจ้า"
พูดจบ ผู้ดูแลหลี่มองไปยังท้ายไร่วิญญาณ เรียกขึ้นว่า "ไอ้โย่ง เอ็งมานำทางให้มันรู้จักที่นี่หน่อย"
ผู้ดูแลหลี่พูดจบ ก็บิดเอวเดินจากไป
พอนางเดินไปได้ระยะหนึ่ง ร่างของเด็กหนุ่มผอมบางคนหนึ่งอ้อมมาจากคันนาอีกด้าน เมื่อเห็นกู้ฉางเซิง แววตาของเด็กหนุ่มแวบผ่านความสงสาร
"ตามข้ามา"
"พี่ชายท่านนี้ขานนามใด?" กู้ฉางเซิงถามอย่างนอบน้อม
เด็กหนุ่มทำเพียงส่งเสียงหึ ไม่ตอบ
กู้ฉางเซิงอับอายจนตัวแข็ง ได้แต่ตามหลังไป
เด็กหนุ่มนำทางข้างหน้า พากู้ฉางเซิงรู้จักเส้นทางไปพลาง พร้อมกับบอกที่ตักน้ำ ที่กินข้าวอย่างประหยัดคำพูด จากนั้นยื่นคู่มือเล่มหนึ่งให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คู่มือดูเอง แล้วตั้งใจทำงาน อย่าขี้เกียจ งานนี้ทำไม่เสร็จ... ตาย"
พูดจบ เด็กหนุ่มก็หมุนตัวจากไป
"ช่างเป็นคนประหลาดนัก..."
กู้ฉางเซิงบ่นพึมพำ
จากนั้นกู้ฉางเซิงก้มหน้ามองข้าววิญญาณและโอสถวิญญาณในมือ ข้าววิญญาณสิบชั่งชั่งมือมากสุดห้าชั่ง โอสถวิญญาณสามเม็ดบีบระหว่างนิ้วก็มีกลิ่นเหม็นฉุน
"ช่างเถอะ น้อยก็น้อย ทำงานก่อน"
แม้กู้ฉางเซิงจะรู้สึกว่าที่นี่ทุกแห่งหนแฝงความประหลาด แต่มาแล้วก็ต้องก้าวสู่หนทางบำเพ็ญให้ได้
ถังน้ำแรกกดลงบนบ่า กู้ฉางเซิงรู้สึกกระดูกแทบแตก แต่กู้ฉางเซิงก็อดทนไว้
ถังน้ำหนึ่งเสร็จ...
แล้วถังน้ำสอง... ถังน้ำสาม...
จนกระทั่งสิบถังน้ำแล้ว กู้ฉางเซิงรู้สึกว่าแรงในร่างถูกสูบจนหมดสิ้น
กู้ฉางเซิงที่อ่อนล้า เผลอหยิบโอสถวิญญาณจากอกกินลงไปหนึ่งเม็ด...
โอสถวิญญาณหนึ่งเม็ดลงท้อง การฟื้นฟูพลังเลือดดังคาดหมายหาได้ปรากฏไม่ กลับรู้สึกได้ว่าในโอสถมีมลพิษกระจายทั่วร่าง!
หลังจากนั้นความเจ็บระทมก็แล่นปราดเข้ามา...
"เจ็บนัก"
กู้ฉางเซิงร้องลั่นคุกเข่าลง ริมฝีปากเป็นสีม่วง เหงื่อเย็นชุ่มทั่วร่างซึมผ่านอาภรณ์หยาบ
ยามกู้ฉางเซิงเจ็บปางตาย มือหนึ่งจับแขนเขาไว้
"เจ้ากินยานั่นเข้าไปหรือ?"
กู้ฉางเซิงเงยหน้าชุ่มเหงื่อขึ้น พบดวงตาที่สิ้นหวังกลวงเปล่าคู่นั้น เห็นเด็กหนุ่มมองเขาเรียบเฉย
"กินแล้ว"
เมื่อเห็นกู้ฉางเซิงไม่ตาย เด็กหนุ่มก็โล่งอก ค่อนข้างจนใจกล่าวว่า
"ยานั่นกินไม่ได้"
"หา?" กู้ฉางเซิงงุนงงยิ่ง
"นั่นมิใช่โอสถวิญญาณที่เซียนประทานลงมาหรอกหรือ ทำไมกินไม่ได้?"
"เซียน? ที่ไหนมีเซียนอะไร? ล้วนเป็นคนชั่วที่เติบโตขึ้นมาเท่านั้น ฮึๆ ต่อไปเจ้าจะเข้าใจเอง..." เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ราวกับเขาอยากพูดอะไร แต่ก็ส่ายหน้า ในแววตาอ่อนแรง เปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง
กู้ฉางเซิงไม่เข้าใจคำพูดของเด็กหนุ่ม แต่ก็กล่าวขอบคุณ
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก เจ้าตาย งานในไร่วิญญาณนี่ก็ต้องเป็นข้าทำคนเดียว พวกนี้มากเกิน ข้าทำไม่ไหวหรอก ฉะนั้นเจ้าต้องอยู่ให้ดี บางทีวันหนึ่งก้าวสู่หนทางบำเพ็ญเป็นศิษย์สายนอกแล้ว ก็ไม่ต้องทำพวกนี้แล้ว"
เด็กหนุ่มปล่อยมือ หันตัวเดินไปหลายก้าว ก็หยุดอีก "ยังมีอีก... อย่ารับปากผู้ดูแลหลี่กลางคืนไปที่ห้องนางนะ คนที่รับปากไปเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้หญ้าบนหลุมศพสูงสองฟุตแล้ว"
กู้ฉางเซิงมองเห็นเงาร่างเขาจางหายในแสงพลบค่ำ งุนงงยิ่ง
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดเด็กหนุ่มจึงเตือนเขา แต่เขาจดจำไว้
"ช่างเถอะ กินข้าววิญญาณสักหน่อยทำงานต่อดีกว่า"
กู้ฉางเซิงควักข้าววิญญาณจากกระเป๋ามาหนึ่งกำมือ เคี้ยวอย่างหมดแรง ข้าววิญญาณเป็นของแท้
ข้อเสียอย่างเดียวคือข้าววิญญาณนี้ยังไม่ได้หุง เคี้ยวแล้วรสชาติธรรมดา แต่กินแล้วช่วยคืนกำลังได้ไม่น้อยจริงๆ
ตามจริงสภาพตอนนี้ของเขาควรไปพักผ่อนทันที แต่นึกถึงคำสั่งของเด็กหนุ่มผอมบาง กู้ฉางเซิงก็ยังฝืนกายอ่อนล้ากลับไปรดน้ำในไร่วิญญาณต่อ
ถังหนึ่ง สองถัง......
ในที่สุดพอถังสุดท้ายที่กู้ฉางเซิงรดเสร็จ แรงที่กู้ฉางเซิงได้จากการกินข้าววิญญาณก็หมดสิ้น ต่อหน้าพลันมืดมิด หมดแรงสลบไป
ผ่านไปไม่รู้เท่าไร
กู้ฉางเซิงงัวเงียลืมตาตื่น กลับเห็นผู้ดูแลหลี่กำลังนั่งอยู่บนพื้นพลางเรียกชื่อของเขาอย่างรำคาญ
เห็นกู้ฉางเซิงตื่นขึ้น ผู้ดูแลหลี่บ่นอุบอิบขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
"บอกเจ้าไปกลางคืนให้มาหาข้า แต่เจ้ากลับไม่ฟัง ดันทนอยู่ตรงนี้ ดีล่ะ เกือบจะตรากตรำตายเสียแล้ว..."
นางโน้มตัวค้อมเอว มองกู้ฉางเซิงจากที่สูง ทรวงอกทิ้งตัวเป็นเงา...
กู้ฉางเซิงแสร้งทำเป็นไม่เห็น ดิ้นรนลุกขึ้น ถึงตอนนี้เพิ่งรู้ว่าฟ้าสว่างแล้ว
กู้ฉางเซิงกำลังจะถามเรื่องโอสถวิญญาณ กลับเห็นผู้ดูแลหลี่ลุกขึ้นยืดเอวอย่างรำคาญ ยื่นข้าวกล่องหนึ่งให้มาลวกๆ
"รีบกินเสีย กินเสร็จทำงานต่อ ไอ้หนุ่มที่คุยกับเจ้าเมื่อวานตายแล้ว วันนี้เริ่มต้นไร่วิญญาณที่มันดูแลให้เจ้าดูแลแทน งานของเจ้าต่อจากนี้หนักมาก"
"หา? ตายแล้ว?"
มือที่กินข้าวของกู้ฉางเซิงหยุดชะงัก ปรายตามองผู้ดูแลหลี่ทันที
"ไม่ควรถามก็อย่าถาม เมื่อวานมันหากพูดอะไรกับเจ้า เจ้าก็จงทำเป็นลืมเสีย อย่าหาเรื่องใส่ตัว..."
"นี่ข้าววิญญาณกับโอสถวิญญาณของมัน เจ้าเอาไปเถอะ"
โยนข้าววิญญาณให้เสร็จ ผู้ดูแลหลี่ชี้ไปข้างหลัง กำชับว่า "จำไว้ ช่วยฝังมันด้วย ให้พวกเบื้องบนเห็นไม่ค่อยดี..."
กู้ฉางเซิงกำหมัดแน่น กล่าวเบาๆ ว่า "ทราบแล้ว!"
ผู้ดูแลหลี่จากไปแล้ว กู้ฉางเซิงเพิ่งพบว่าศพของเด็กหนุ่มผอมบางนอนอยู่ไม่ไกลจากที่เขาสลบเมื่อครู่...
กู้ฉางเซิงนึกถึงคำพูดของเด็กหนุ่ม นึกถึงก่อนมาสำนักเขาซานคนที่ถูกฟันเป็นสองซีกอย่างไม่ไยดี
เขารู้สึกหนาวเย็น
"ที่แท้ในสายตาผู้บำเพ็ญ ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงมดปลวก มีประโยชน์ก็ใช้ ใช้หมดก็ฆ่า..."
คิดถึงเมื่อครู่นี้ผู้ดูแลหลี่ที่ยังยั่วยวนให้เขาไปที่เรือนของนาง ชั่วพริบตาก็สังหารเด็กหนุ่มผู้นี้ กู้ฉางเซิงได้แต่รู้สึกหนาวสันหลัง
สงบใจอยู่ครู่หนึ่ง กู้ฉางเซิงขุดหลุมข้างๆ เด็กหนุ่ม
ยามกู้ฉางเซิงฝังเด็กหนุ่มเสร็จเตรียมจะจากไป น้ำเต้าเก่าใบหนึ่งกลิ้งออกมาจากพื้นดิน...
"ในไร่วิญญาณ ทำไมถึงมีของเก่าไม่มีใครเอาเช่นนี้?"
น้ำเต้าเก่าดูมีอายุหลายปี สีเหลืองกรอบทั้งใบ ดูดาษดื่นไม่โดดเด่น เหนือขึ้นไปมีดินเปื้อนเต็ม ยังมีรอยร้าวกระจายทั่วผิว กู้ฉางเซิงยามนี้ในใจโศกเศร้า พอเห็นน้ำเต้าเก่า ในใจก็รู้สึกสะเทือน
"ว่าไปแล้วข้ากับเจ้าก็เหมือนกัน ต่างก็เป็นของไร้ค่าที่ถูกคนทิ้งขว้างเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี ถ้าเช่นนั้นต่อจากนี้เจ้าตามข้ามาไว้ใส่ข้าววิญญาณเถอะ"
กู้ฉางเซิงเก็บน้ำเต้าเก่าขึ้นมา ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบดินอย่างปราณีตจนสะอาด จากนั้นก็ห้อยน้ำเต้าไว้ที่เอวด้วยความทะนุถนอม พลางหยิบโอสถวิญญาณที่เอวไม่กี่เม็ดใส่ลงไป
แล้วเริ่มรดน้ำวันใหม่!
เพราะเด็กหนุ่มผอมบางตายแล้ว งานของกู้ฉางเซิงจึงเพิ่มเป็นเท่าตัว เขาจึงได้แต่กินข้าววิญญาณพลางทำงานไปพลาง...
กระทั่งค่ำมืดกู้ฉางเซิงจึงรดน้ำเสร็จ
แสงดาวทอดลงพร่างพราว สาดลงบนกายกู้ฉางเซิง ยังมีน้ำเต้าน้อยที่เอวของเขา
ภายใต้แสงริบหรี่ที่โคจร แสงม่วงอ่อนปกคลุมโอสถวิญญาณห้าเม็ดในน้ำเต้าน้อย
ยังมีไอละอองบางเบาแทรกเข้าในร่างกู้ฉางเซิง กู้ฉางเซิงที่เดิมทีใกล้จะหมดสิ้นเรี่ยวแรง กลับคืนพลังขึ้นมามากอย่างไม่รู้ตัว...
"ไปกินข้าว พรุ่งนี้ทำงานต่อ"
กู้ฉางเซิงเดินไปทางโรงอาหารของเด็กรับใช้
กินข้าวเสร็จมื้อหนึ่ง กู้ฉางเซิงอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
แม้ชีวิตนี้จะมองไม่เห็นหนทาง แต่ยังดีที่เขายังมีชีวิตอยู่
กลับถึงเพิงหญ้าเรียบง่ายของตนแล้ว กู้ฉางเซิงวางน้ำเต้าเก่าไว้บนตู้หัวเตียงตามอำเภอใจ จากนั้นก็จมลงนอนหลับ
กลางคืน ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง กู้ฉางเซิงไม่ทันสังเกตว่าน้ำเต้าเก่าบนหัวเตียง จู่ๆ ก็กระพริบแสงม่วงอ่อนขึ้น
แสงม่วงนั้นค่อย ๆ แทรกเข้าไปในหว่างคิ้วของกู้ฉางเซิง
ภายในน้ำเต้า มีอะไรบางอย่างเต้นตุบ ราวกับเสียงหัวใจ...
ลมหายใจของกู้ฉางเซิงค่อยๆ ราบเรียบ
ภายใต้แสงจันทร์ ใต้ผิวหนังหว่างคิ้วของเขา เลือนรางปรากฏรอยสีม่วงอ่อน เล็กยิ่งกว่าเมล็ดข้าว จากนั้นก็เลือนหาย มองไม่เห็น รอยร้าวพื้นผิวน้ำเต้า มีเส้นหนึ่ง... กำลังสมานด้วยความเร็วที่ตาเปล่าเห็นได้ยาก
"..."