ชั่วขณะหนึ่งเกาเยว่คิดอยากจะกลับไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็กัดฟันอดทนไว้ได้
หรือว่าโม่หยาจะไม่รับเธอแล้วก็ได้?
ด้วยความคิดแบบนั้น เธอจึงตัดสินใจพักอยู่บ้านคุณย่าหย่าต่อไป
หลังจากถอดเฝือกที่แขนออก เกาเยว่ก็ตัดสินใจเริ่มหารายได้เป็นผลึกสัตว์อสูรด้วยฝีมือการแต่งหน้าของตัวเอง ลูกค้าคนแรกของเธอคืออู๋หลานที่มาเยี่ยมเธอ
เกาเยว่หยิบอุปกรณ์ทำมาหากินของเธอออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แต่งหน้าให้ฟรี ๆ หนึ่งชุด
เธอเริ่มจากใช้กรรไกรเล็มคิ้วและมีดโกนเล็ก ๆ จัดทรงคิ้วที่รก ๆ ของเธอให้เป็นระเบียบ จากนั้นใช้ดินสอเขียนคิ้วและยาทาเปลี่ยนสีคิ้วตกแต่งทรงคิ้วให้สวยงาม
อู๋หลานมีผิวสีเข้มและสีผิวไม่สม่ำเสมอ เกาเยว่จึงหยิบรองพื้นหลายขวดออกมา ผสมสีรองพื้นให้เข้ากับสีผิวของอู๋หลาน ใช้แปรงแตะรองพื้นทีละน้อย ๆ แล้วทาให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างสม่ำเสมอ
จากนั้นก็เป็นการบรอนเซอร์ ปรับรูปหน้าเหลี่ยม ๆ ของเธอให้ดูเรียวขึ้น
ปัดบลัชโทนสีส้มเพื่อให้ใบหน้าดูมีเลือดฝาด
ต่อด้วยการเขียนอายไลเนอร์ ทาอายแชโดว์ และปัดมาสคาร่า ทั้งสามอย่างนี้คือสูตรสำเร็จที่จะทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพราะขนตาปลอมเป็นของที่ใช้แล้วหมดไป เกาเยว่มีอยู่แค่กล่องเดียว เลยไม่กล้าใช้ในครั้งนี้ แต่ใช้มาสคาร่าเบสคู่กับมาสคาร่าก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน
พอแต่งเสร็จ อู๋หลานมองตัวเองในกระจกด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น ขนาดตัวเองยังแทบไม่เชื่อว่าเกาเยว่จะมีพลังวิเศษที่ทำให้ดวงตาดูโตขึ้นได้
สุดท้ายคือการใช้คอนซีลเลอร์บนริมฝีปาก ลิปสติก และลิปกลอสเพื่อตกแต่งรูปปาก
ทำให้ริมฝีปากบาง ๆ ของอู๋หลานดูชุ่มชื้นและอวบอิ่มขึ้น
