“โกรกกร๊าก~~”
ท้องของฉือเฉี่ยนกำลังบรรเลงเพลงกลองรบ
“เธอไม่ได้กินข้าวเย็นที่บ้านตระกูลกู้มาเหรอ?”
“พวกเขามัวแต่วุ่นวายจัดงานเลี้ยงฉลองให้ลูกสาวแท้ ๆ ใครจะไปสนใจฉันล่ะ”
ฉือมู่เจ๋อเดินเข้าครัวไป “อยากกินอะไร เดี๋ยวฉันทำให้”
ฉือเฉี่ยนรีบร่ายทันที: “พระกระโดดกำแพง, หมูสันในผัดซอสแดง, ยำไส้หมูพริกเผา…”
“มีแต่บะหมี่”
“งั้นเอาบะหมี่อะไรก็ได้ ไม่เอาผักชี”
ทำบะหมี่เสร็จ ฉือมู่เจ๋อยกมาให้ฉือเฉี่ยน มือถือก็ดังขึ้น
ผู้ช่วยเหอโทรมารายงานว่า ผู้ช่วยชั่วคราวคนนั้นมีปัญหาจริง ๆ แอบโทรหาบริษัทคู่แข่งในทางหนีไฟ ถูกเขาจับได้คาหนังคาเขา
เอกสารนั่นก็ถูกดักเก็บไว้ทัน
ผู้ช่วยเหอ: “ท่านประธานฉือ ยังดีที่ท่านตาแหลมและคิดการณ์ล่วงหน้าหลายขั้น! ถ้าเอกสารนี้ถูกส่งออกไปล่ะก็ ไม่กล้าคิดเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
เอกสารนั้นเกี่ยวข้องกับการประมูลพัฒนาเขตตะวันออกสัปดาห์หน้า ถ้าเกิดความผิดพลาดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ คงขาดทุนอย่างน้อยหนึ่งพันล้าน
ฉือมู่เจ๋อถอนหายใจ “สืบเรื่องที่เขารู้ให้หมดก่อน แล้วค่อยแจ้งความ”
“ครับ”
ฉือเฉี่ยนพูดถูกเสียด้วย
หรือว่าเธอไปได้ยินมาจากตระกูลกู้?
หรือเป็นเพราะเจ้าแมวนั่นจริง ๆ …
“น้า! ช่วยด้วย! ลวนลามแล้ว!” ฉือเฉี่ยนร้องลั่น
ฉือมู่เจ๋อหันกลับมาทันที เจ้าแมวส้มตัวใหญ่กอดขาฉือเฉี่ยน ส่ายหางดุ๊กดิ๊กพลางร้องเหมียวเหมียว
ฉือเฉี่ยนผลักอุ้งเท้าหนาของมันพลางตะโกน: “ไม่ได้นะ! เผ่าพันธุ์เราไม่เหมือนกัน! การบังคับให้มาคบกันไม่มีทางจบสวยหรอก!”
เจ้าอ้วนส้ม: “เหมียว ๆ ๆ !” มาเป็นเมียข้าแล้วจะพากินของดีอยู่ดี!
ฉือเฉี่ยน: “บ้านดี ๆ ที่ไหนไม่ทำหมันแมวกันนะ! มีแต่มาทำร้ายสาวน้อยบริสุทธิ์อย่างฉัน!”
คนกับแมว ผละกันเข้าก็ถอย เธอวิ่งมันก็ไล่ ต่อให้ติดปีกก็หนีไม่พ้น…
มุมปากฉือมู่เจ๋อกระตุกถี่ ๆ ความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้แตกละเอียดดังเคร้ง
เขาก็บอกแล้วว่าเรื่องไร้สาระแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริง
ฉือมู่เจ๋อเดินไปอุ้มแมวส้มออกจากหลังฉือเฉี่ยน “กินบะหมี่ของเธอไป”
แค่แมวตัวเดียวก็วุ่นวายพอแล้ว นี่ยังมีฉือเฉี่ยนมาอีกคน
ดีนะที่พรุ่งนี้เขาต้องเดินทางไปทำงาน เลี้ยงเด็กนี่หลังจากนี้ไม่ใช่หน้าที่เขา
เจ้าแมวส้มร้องใส่เขาลั่น: จะมาขัดขวางรักแท้ข้ามเผ่าพันธุ์ของข้าทำไม!
ฉือเฉี่ยนถอนหายใจโล่งอก เกือบไปแล้ว เธอเกือบโดนแมวน้อยเล่นของแข็งรุกเร้าเข้าให้แล้ว!
ใจคนสมัยนี้ช่างเสื่อมทราม! จิตใจแมวก็ไม่เหลือเค้าเดิม!
ศีลธรรมอยู่ไหน เส้นตายอยู่ไหน แล้วโรงพยาบาลสัตว์อยู่ไหน?
ฉือเฉี่ยนซูดบะหมี่ไปพลางสำรวจรอบ ๆ อพาร์ทเมนต์ไปพลาง
เธอนึกถึงเนื้อเรื่องในหนังสือขึ้นมาได้ ในใจคิดว่าครอบครัวตระกูลฉือของพวกเธอนี่เป็นศูนย์รวมตัวร้ายจริง ๆ
ทั้งบ้านล้วนเป็นตัวร้าย แต่ละคนเดินบนเส้นทางขัดขวางพระเอกนางเอกแบบไม่หวนกลับ
ส่วนเธอที่เป็นตัวร้ายน้อย… ถูกนางเอกกู้ฮว่าดูดกลืนโชควาสนาไป แถมยังจะกลายเป็นหินรองเท้าบนเส้นทางรักของเธอกับหลิงเฉียนอีก
ฉือเฉี่ยนกำหมัดแน่น ถึงเธอจะเป็นหินก็ไม่ยอมให้ใครมารองเท้า จะมีแต่ไปทับฝาโลงพวกมันต่างหาก!
ในเมื่อสายฟ้าฟาดเธอกลับมาแล้ว เธอไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองมีจุดจบเหมือนในหนังสือแน่!
…เดี๋ยวนะ จุดจบของเธอเหมือนจะถูกพระเอกนางเอกรังแกจนร่างกายทรุดโทรม แล้วตายตั้งแต่ยังสาว?
“ผลั๊วะ”
ได้ยินเสียง ฉือมู่เจ๋อหันไปเห็นฉือเฉี่ยนกลายเป็นปลาเค็มแบนแต๊ดแต๋นอนราบบนโต๊ะ “ฉือเฉี่ยน เธอเป็นอะไรไป?”
“คุณน้า” ฉือเฉี่ยนตาลอย “หนูไม่อยากพยายามแล้ว”
สิบปีบำเพ็ญได้ฟาร์มหมู ร้อยปีบำเพ็ญได้คนนอนแผ่
เธอเลี้ยงหมูมาตั้งสิบปีแล้ว ไม่สมควรได้รับความสุขบ้างหรือ!
พยายามอะไรกัน!
ไม่เอาแล้ว!
ฉือมู่เจ๋อ: นี่เธอจะป่วนอะไรอีกเนี่ย?
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเฉี่ยนถือกระติกน้ำร้อนเดินขึ้นรถฉือมู่เจ๋อด้วยท่าทางเหมือนปลงตก
“เป็นอะไร?” ฉือมู่เจ๋อสังเกตว่าเธอแปลกไป จึงถามส่ง ๆ
“อยู่ ๆ ก็คิดได้” ฉือเฉี่ยนทำมือประคองเหมือนถือดอกบัว ใบหน้าไร้อารมณ์ดังหลุดพ้น “ดังคำว่า ชีวิตฉันกำหนดเอง ไม่ใช่ฟ้า ขอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปวัน ๆ จากวันนี้ หนูจะบำรุงสุขภาพ”
มีชีวิตอยู่นานขึ้นอีกวันก็ถือว่ากำไร
“…เพราะงั้นเธอถึงหิ้วกระติกน้ำร้อนมา?”
“ข้างในเป็นโค้กใส่น้ำแข็งค่ะ”
“ไหนบอกจะบำรุงสุขภาพ?”
“หนูก็เลยใส่เก๋ากี้ลงไปอีกสองสามเม็ด”
ปากฉือมู่เจ๋อกระตุก นี่มันกลัวตายแบบยืดหยุ่น หรือบำรุงสุขภาพสายมูกันแน่?
ใกล้ถึงบ้านตระกูลฉือ ฉือมู่เจ๋อกำชับฉือเฉี่ยน “ฉือเฉี่ยน ถึงบ้านคุณตาแล้วพยายามทำตัวดี ๆ ทำให้ได้อยู่ต่อ”
“ทำตัว?”
“ใช่ คุณตาเกลียดเด็ก ๆ มาก”
ฉือเฉี่ยนเบิกตากลมโต “แล้วคุณน้ายังจะพาหนูไปอีก”
“ก็เพื่อประโยชน์ของเธอ” ฉือมู่เจ๋อนึกถึงพ่อที่ชอบเผด็จการ ร้ายกาจราวกับทรราช ก็ไม่ได้คาดหวังมากว่าฉือเฉี่ยนจะอยู่ได้
แต่ว่า ฉือเฉี่ยนกับพวกเขาก็ไม่ค่อยผูกพันอะไรกันตั้งแต่แรก การที่เธอจะตั้งหลักในตระกูลฉือได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการได้อยู่ใกล้ชิดพ่อ
แค่ทำให้พ่อรู้สึกเอ็นดูเธอสักนิด สถานะของเธอในตระกูลฉือก็จะไม่เหมือนใคร
ฉือมู่เจ๋อทำสีหน้าจริงจัง กลัวว่าฉือเฉี่ยนจะไม่ใส่ใจจึงขู่ “ถ้าเธออยู่บ้านคุณตาไม่ได้ ต่อไปอาจไม่มีที่ให้กลับ”
ฉือเฉี่ยน: ไม่มีที่ให้กลับ = อดตายข้างถนน = ตายก่อนวัยอันควรเร็วขึ้น
แบบนี้จะได้ยังไง!
“คุณน้าวางใจเลย เรื่องนี้ยกให้หนูเอง เจ๊งแน่นอน!” ฉือเฉี่ยนตบอกประกัน
“?”
“หนูหมายถึงวางใจได้เลยค่ะ!”
ฉือมู่เจ๋อมองท่าทางเธอแล้ว วางใจไม่ลงจริง ๆ
รถแล่นเข้าสู่ถนนสายต้นโถวถงยาวเหยียด ทะลุแนวร่มไม้สีเขียวไปคือลานสนามหญ้าเปิดโล่งกว้างใหญ่ กระเบื้องลายดอกเป็นแนวสี่เหลี่ยมจัตุรัสปูยาวไปจนถึงน้ำพุรูปปั้นอันวิจิตร
เบื้องหน้ากลายเป็นปราสาทคฤหาสน์ที่สง่างามและน่าเกรงขาม แฝงไว้ด้วยความหรูหราสูงศักดิ์ ที่ทางเข้ายังมีทหารยามคอยดูแล ต้องใช้บัตรผ่านถึงจะเข้าได้
ฉือเฉี่ยนงุนงง “คุณน้า เราจะไปเที่ยวปราสาทก่อนแล้วค่อยไปหาคุณตาหรือคะ?”
ไม่งั้นมาที่นี่ทำไมล่ะ?
ฉือมู่เจ๋อพูดเรียบ ๆ ว่า “นี่คือบ้านคุณตาของเธอ”
“คุณตาไม่ใช่ตาแก่ขี้เหร่เกษียณหรอกหรือ? ทำไมถึงรวยขนาดนี้?!”
นี่มันอยู่ปราสาทหรูหราราวกับคฤหาสน์ตุ๊กตาบาร์บี้เลยนะ!
คำว่าตาแก่ขี้เหร่ทำเอาฉือมู่เจ๋อหัวเราะ “ธรรมเนียมของตระกูลฉือคือทำเรื่องให้ยิ่งใหญ่ ใช้ชีวิตให้สงบเสงี่ยม”
“ก่อนหน้านี้หมอดูทักว่าดวงของกู้ฮว่าไม่ดี ทางบ้านต้องไม่โอ้อวดจนเกินไป พวกเราเลยปิดบังฐานะมาตลอด เลี้ยงดูเธอแบบเด็กธรรมดา”
“กู้ฮว่าไม่เคยมาที่นี่?”
“อืม ฉันบอกแล้วว่าคุณตาไม่ชอบเด็ก ๆ ซึ่งแน่นอนรวมถึงเธอด้วย”
ฉือเฉี่ยนพลันเกิดความชื่นชอบต่อคุณตาที่ยังไม่เคยพบหน้าอย่างมหาศาล
แค่ไม่ชอบพระเอกนางเอก ก็เป็นเพื่อนของเธอได้แล้ว!
ฉือมู่เจ๋อพาฉือเฉี่ยนเข้าไปด้านในคฤหาสน์ ก็พบกับผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งสวมชุดจีนคอตั้งสีดำสนิท เดินนำพวกเข้ามา
เส้นผมของเขาหวีเรียบแปล้ไปด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยอำนาจและความเย็นชา บนสันจมูกมีแว่นกรอบทองบางคาด ดวงตาคมกร้าวแฝงแววเหี้ยมเกรียมไม่เหลือเยื่อใย
ที่สำคัญกว่านั้น ที่หางคิ้วเขามีแผลเป็นแนวดิ่งยาว มองแวบแรกดูดุร้ายมาก ทำเด็กเห็นก็ร้องไห้ได้
“กลับมาตอนนี้ทำไม?” ฉือลี่เซินหยุดฝีเท้า มองบุตรชายคนโตที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัว
“พ่อครับ ผมแวะเอาฉือเฉี่ยนมาส่งให้พ่อ เดี๋ยวผมก็ต้องไปสนามบินไปทำงานต่างเมืองต่อ” ฉือมู่เจ๋อผลักฉือเฉี่ยนให้ออกหน้า
ฉือลี่เซินไม่แม้แต่จะมองฉือเฉี่ยน ขมวดคิ้วไม่พอใจ “ส่งให้ฉัน? ฉันบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะเจอเธอ? ใครให้สิทธินายมาทำตามอำเภอใจ?”
แม้แต่กับลูกชายแท้ ๆ ฉือลี่เซินก็ไม่เคยมีความอ่อนโยนแบบพ่อลูก
นับประสาอะไรกับลูกติดสมองส่วนความรักกุ๊กกิ๊ก ของลูกสาวที่คิดแต่เรื่องความรักจนหนีออกจากบ้านไปหลายปี
ฉือเฉี่ยนคิดว่า แทนที่จะบอกว่าไม่ต้อนรับ คุณตาของเธอคงมองไม่เห็นเธอเลยด้วยซ้ำ
“พ่อครับ ฉือเฉี่ยนถูกกดขี่ที่ตระกูลกู้มามาก สภาพจิตใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว” ฉือมู่เจ๋ออธิบาย
ฉือลี่เซิน: “พี่เลี้ยงในบ้านตายหมดแล้วหรือไง?”
“พี่เลี้ยงแทนที่การอยู่ร่วมกับครอบครัวไม่ได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่เราติดค้างเธอ” ฉือมู่เจ๋อถอนใจ “เรื่องที่ฉือเฉี่ยนกับกู้ฮว่าสลับตัวกัน อย่างน้อยเราก็ต้องรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง”
ฉือลี่เซินยังคงหน้าบึ้ง แต่ใจอ่อนลงเล็กน้อย “แล้วเธออยู่ไหน?”
ฉือเฉี่ยนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ที่คุณตามองไม่เห็นเธอ ก็เพราะเธอเตี้ยเกินไป…
เธอเชิดหน้าอกตั้ง เดินเข้าไปเพื่อจะสร้างความประทับใจดี ๆ ให้คุณตา
แต่กลายเป็นว่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ทำความสะอาดกันอย่างพิถีพิถันเกินไป พื้นนอกจากจะดูเงาวับแล้ว ความจริงมันก็…ลื่นมาก
ฉือเฉี่ยนเพิ่งก้าวเท้าออกไปข้างเดียว ก็สื่นไถลไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วก็ล้มลงนั่งตึงอยู่ตรงนั้น
เป็นท่าจกกระบี่ทันที