หลังยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง แม่เล้าจึงจำต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายในที่สุด
ร่างของนางอ่อนยวบ เบื้องหน้ามืดดำเป็นระลอก ภายในใจเหลือเพียงความตื่นตระหนกอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“จบแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!”
“เมื่อก่อนตอนข้าสอนกฎเกณฑ์ให้เขา ข้าด่าเขาเสียยกใหญ่เลย!”
นางพลันเงยหน้าขึ้น ในดวงตากำความหวังริบหรี่เอาไว้ รีบถามเสียงร้อนรน “ตอนนั้น...ข้าเคยลงมือตีเขาหรือไม่?”
“แม่เล้าไม่ได้แค่ตี ยังใช้กิ่งหลิวเรียวยาวฟาดก้นเขาอย่างแรงด้วยเจ้าค่ะ!” นางคณิกาอันดับหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ตอบตามจริงด้วยเสียงแผ่วเบา
แม่เล้ากลืนน้ำลายติดคอ ร้องโหยหวนขึ้นมาครั้งหนึ่ง แทบจะเป็นลมหมดสติไปตรงนั้น
ผ่านไปถึงสามลมหายใจ นางจึงฝืนเงยหน้าขึ้นมาได้ ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ น้ำเสียงสั่นเทาไม่หยุด
“นอกจากเรื่องพวกนี้ ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
“งานแรกที่ท่านมอบหมายให้เขา ก็คือให้ไปรับรองแขกผู้มีเกียรติจากสำนักเหอฮวน”
“คนทั้งโลกล้วนรู้ว่าสตรีมารแห่งสำนักเหอฮวนมีจิตใจโหดเหี้ยม มักใช้ชายบำเรอเป็นเตาหลอมในการบำเพ็ญ วิธีการโหดร้ายยิ่งนัก”
“พอแล้ว อย่าพูดอีก!”
แม่เล้าหลิวส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ร่างค่อย ๆ ไถลลงจากเก้าอี้ไม้ ดวงตาว่างเปล่าเหม่อลอย ไม่เหลือเค้าความคล่องแคล่วเด็ดขาดดังเช่นวันวาน
“ตอนนี้ข้าเก็บห่อผ้าหนีไป ยังทันหรือไม่?”
นางคณิกาอันดับหนึ่งลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยปลอบเสียงเบา
“แม่เล้าหลิว ตอนนี้เขากลับมาดำรงตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ทั้งใจกว้างและกำลังจะมีงานมงคลสมรส คงไม่ถือสาคนเล็กคนน้อยอย่างพวกเราหรอกเจ้าค่ะ”
แม่เล้าหลิวได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ก่อนฝืนพยุงร่างลุกขึ้น สีหน้าค่อย ๆ มีสีเลือดขึ้นเล็กน้อย
นางครุ่นคิดอยู่นาน ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะคิดแผนขึ้นได้ในทันที
“เจ้ารีบส่งคนเอาจดหมายไป บอกว่าคนทั้งหอสำราญเริงรมย์ขอแสดงความยินดีกับคุณชายหลินที่ได้กลับขึ้นสู่ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง”
