ถ้อยคำนี้พลันทำให้ทุกคน ณ ที่นั้น
ต่างเผยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดออกมา
“พวกข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเสิ่นอี้อยู่ที่ใด ปกติเขาก็เป็นผีพนันงอมแงม ชอบดื่มจนเมาแล้วหาเรื่องเอาเปรียบผู้อื่น พวกข้าล้วนหลบเลี่ยงเขาแทบไม่ทัน มีเพียงสตรีสองคนนั่นที่เกี่ยวข้องกับเขาเท่านั้น”
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่ไห่ ตระกูลหวังของข้าก็เกลียดชังเขามานาน อยากกำจัดเขาให้พ้นทางเสียด้วยซ้ำ จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่ใด”
“พวกข้าไม่รู้จริง ๆ ยินดีไปช่วยท่านค้นหา...”
พระทะเลมีสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าใบหน้ากลับแผ่จิตสังหารคุกรุ่น ไม่ใส่ใจคำพูดเหล่านั้นแม้แต่น้อย เพียงส่งสัญญาณให้เหล่าเฟิง หัวหน้ากลุ่มย่อยที่อยู่ข้างกาย
ทันใดนั้น เหล่าเฟิงก็แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ถือดาบใหญ่ก้าวเข้ามา ชาวบ้านที่อยู่เบื้องหน้าตกใจจนคลานถอยหลังกันจ้าละหวั่น
แต่ด้านหลังยังมีโจรทะเลขวางทางอยู่ ไม่มีหนทางให้ถอยหนี
ไม่นาน เหล่าเฟิงก็ลากชายหนุ่มร่างผอมแห้งคนหนึ่งออกมาจากฝูงชน กระชากเขาไปกลางลานตากข้าวราวกับหิ้วลูกไก่
ชายหนุ่มผู้นั้นหวาดกลัวจนร่างอ่อนปวกเปียก เป้ากางเกงเปียกชุ่มไปหมดแล้ว ปากก็ร้องไม่หยุดว่า
“ไม่เกี่ยวกับข้านะ ข้าไม่รู้ว่าเสิ่นอี้อยู่ที่ไหน ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผีพนันงอมแงมนั่น ข้าไม่รู้จริง ๆ...”
“หุบปาก” เหล่าเฟิงเตะเขาล้มลงกับพื้น ก่อนมองแอ่งน้ำสีเหลืองบนพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ
เขาเหยียบหลังชายหนุ่มไว้ทันที แล้วพาดดาบใหญ่ไว้เหนือคอ คมดาบแนบผิวหนัง ความเย็นเยียบเสียดแทงถึงกระดูกทำให้ร่างผอมบางสั่นสะท้านหนักยิ่งกว่าเดิม แอ่งน้ำสีเหลืองนั้นก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
