“สายลับราชสำนัก?”
“ยังเป็นยอดฝีมือที่มาจากด่านชายแดนอีก……”
“เขา… ตกลงเป็นใครกันแน่!!”
พระทะเลอดคาดเดาในใจไม่ได้ ฝีมือของเสิ่นอี้นั้นร้ายกาจจนน่าหวาดหวั่น
ฝีมือเช่นนี้ ย่อมมิใช่คนธรรมดา!
ยิ่งไม่มีทางเป็นเพียงชาวประมงธรรมดาคนหนึ่งได้เด็ดขาด!!
ทำให้ในใจมันอดเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาไม่ได้
โดยเฉพาะผู้ช่วยที่เสิ่นอี้หามา ฝีมือก็ร้ายกาจอย่างยิ่งเช่นกัน ยามนี้เพียงลำพังคนเดียว กลับยังต่อสู้พัวพันถ่วงเวลาอยู่ได้ ท่ามกลางการรุมล้อมของโจรทะเลจำนวนมาก
ผู้ช่วยที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ที่มา ประกอบกับฝีมือของเสิ่นอี้
สิ่งเหล่านี้ชวนให้คิดอย่างยิ่งว่าเป็นฝีมือของคนในราชสำนัก
ทำให้ผู้คนอดเกิดความหวาดระแวงอย่างรุนแรงไม่ได้
พระทะเลรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่า คราวนี้มันเหมือนจะไปหาเรื่องผิดคนเข้าเสียแล้ว!
“แต่แล้วอย่างไรเล่า? บัดซบเอ๊ย ชาตินี้ข้าจะ ‘ลุก’ ขึ้นได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว!
“ต่อให้ฮ่องเต้เฒ่านั่นยืนอยู่ตรงหน้า ข้าก็ฟันไม่ยั้งเหมือนกัน!!
“ข้าจะสนว่าเจ้าเป็นใคร ฝีมือร้ายกาจแล้วอย่างไร? ข้ามีคนมากกว่า เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นจอมยุทธ์ในหนังสือเล่านิทานหรือไร!
“ต่อให้เป็นสายลับราชสำนัก ข้าหนีไปซ่อนตัวในทะเลก็สิ้นเรื่อง มหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ เจ้าจะตามหาข้าพบได้อย่างไร?!”
สีหน้าพระทะเลเคร่งขรึม เจตนาสังหารยิ่งทวีขึ้น มันเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิม เกรงเพียงว่าเสิ่นอี้จะหนีรอดไปได้
ในขณะนั้น
โจรทะเลที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ด้านหลังเสิ่นอี้เห็นกับตาว่าสหายถูกจัดการในไม่กี่กระบวนท่า สีหน้าพลันซีดเผือด มือที่กำดาบยาวสั่นระริก ไม่กล้าลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าเสิ่นอี้ต่ออีก
