เฉียวเจาชะงักไปชั่วขณะ ภาพในอดีตพลันผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่ทันตั้งตัว—
“คุณชายใหญ่ถาน ฉันโกรธอยู่นะ ตอนนี้ไม่มาง้อฉัน แล้วจะรอเมื่อไหร่ล่ะ”
“อยากให้ฉันง้อยังไง?” ใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มโน้มเข้ามาใกล้ ยิ้มอย่างยียวน “จูบเธอดีไหม?”
ฉากแบบนี้เคยเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน
ระหว่างทางที่เขาไปรับไปส่งเธอที่โรงเรียน
ในบ้านโทรม ๆ หลังนั้นในหมู่บ้านกลางเมือง
ตอนเป็นสาว เธอมักรับมือกับความยียวนไร้ยางอายของเขาไม่ไหว ได้แต่หน้าแดงแล้ววิ่งหนีไป
แต่เฉียวเจาวัยยี่สิบห้าปีเหลือเพียงเสียงหัวเราะเยาะ “หึ ความสามารถในการตีความของประธานถาน ครูพละสอนมาหรือไง?”
สีหน้าถานเจิงไม่เปลี่ยน เขาหันกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว หยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหม่เอี่ยมออกมาโยนให้เธอ “โอนเงินตามราคา”
เฉียวเจาเหลือบมองป้ายราคา “ห้าแสนเก้าหมื่น? ปักทองหรือฝังเพชรไว้หรือไง?”
“จะใส่หรือไม่ใส่?”
“ฉันซื้อไม่ไหว” เฉียวเจาโยนเสื้อเชิ้ตกลับไป
เผิงเยี่ยนก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว “เอ่อ...ประธานถาน ให้เธอยืมเสื้อที่คุณใส่แล้วสักตัวดีไหมครับ?”
ถานเจิงเหลือบมองเขา “มองฉันทำไม? ถามเธอสิ”
เผิงเยี่ยนหันไปมองเฉียวเจาด้วยแววตาไต่ถาม
เฉียวเจาลังเลอยู่ชั่วครู่ระหว่าง “ใส่เสื้อผ้าของผู้หญิงคนอื่น” กับ “ใส่เสื้อผ้าของเขา” เมื่อเทียบกันแล้ว เธอจึงเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า กัดฟันตอบว่า “ได้”
ยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ใส่เสื้อผ้าของเขา อย่างน้อยก็ดีกว่าใส่เสื้อผ้าที่ไม่รู้ที่มา
ถานเจิงกลับมาอีกครั้ง ก่อนโยนเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินสีขาวลงบนศีรษะเธอ กลิ่นไม้เย็นจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก
“หนึ่งหมื่นหยวน”
