เหอเซิ่งไม่ชอบพูดความในใจ เว้นแต่มีคนถามความเห็นตรง ๆ ถึงจะยอมพูด
คำถามนี้ตอบยาก เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“ผมไม่แน่ใจ แต่ผู้มีพลังพิเศษส่วนใหญ่ไปกันหมดแล้ว”
จิ่งหงอวี่ตบลูกกรงอย่างเห็นพ้อง ราวกับอยากนับเหอเซิ่งเป็นสหายรู้ใจ “ใช่! ผมก็หมายถึงแบบนี้แหละ พวกเขาไปกันหมด ถ้าเราไม่ไป แล้วเกิดทีมของเราเป็นทีมเดียวที่ขาดไปจนทำให้ชนะไม่ได้ แบบนั้นไม่เท่ากับทรยศมนุษยชาติทั้งหมดหรือไง รองผู้บัญชาการไม่ยอมฟัง เธอคิดว่ายอมแพ้ต่างหากเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”
เหอเซิ่งพูดว่า “เธอไม่อยากเห็นพวกเราตาย”
จิ่งหงอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ใช่ ผมก็รู้ นี่แหละความแตกต่างทางความคิดระหว่างชายหญิง ผู้หญิงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แค่กับซอมบี้เธอยังใจอ่อนได้เลย แต่ผมคิดว่าเราจะเสียใหญ่รักษาเล็กไม่ได้ เพื่ออนาคตของทุกคน ศึกนี้ต้องสู้! ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรองผู้บัญชาการถึงคิดว่าพวกเราไปแล้วจะไม่มีวันกลับมา เรื่องจะสำเร็จหรือไม่ ก็ต้องลงมือทำก่อนถึงจะรู้ผล”
“อืม ผมสนับสนุนให้ไปเขต 32”
“มีพี่เหอสนับสนุน ผมก็สบายใจแล้ว ยังพอมีเวลา รีบไปบอกพวกเขาให้ออกเดินทางเถอะ”
อีกด้านหนึ่ง จี้หลานตาแดงก่ำ วิ่งพรวดเข้าไปในห้องสื่อสารจนเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านในสะดุ้ง
“รองผู้บัญชาการ คุณเป็นอะไรไป...”
จี้หลานเบือนหน้าหนี ถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “สองวันนี้มีข่าวใหม่ในช่องสื่อสารไหม?”
“นอกจากเขตเก้าพูดเพ้อเจ้ออยู่เรื่อย ที่ฐานอื่นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยครับ”
พอดีกับที่เสียงเพ้อเจ้อจากเขตเก้าดังขึ้น เป็นเสียงผู้ชายที่ฟังดูมีพลังเต็มเปี่ยม “วันนี้อากาศแจ่มใส ผู้บัญชาการบอกว่าอากาศแห้ง ทำให้ร้อนในง่าย เลยให้โรงอาหารชงชาสมุนไพรเย็น ๆ ให้พวกเรา อืม~ อร่อยจัง!”
