พวกเขาเดินตามกันมาอย่างรวดเร็ว ก่อนเข้าประชิดหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าและปิดทางเธอไว้
“น้องสาว มาคนเดียวเหรอ?” ชายร่างสูงฝืนยิ้มอย่างที่คิดว่าเป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับบิดเบี้ยวชวนขนลุก ก่อนก้าวเข้ามาอีกก้าว
ฉูหยวนรีบถอยหลังราวกับกวางน้อยตกใจ กอดแขนตัวเองไว้ ใบหน้าแสดงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวออกมาได้อย่างพอดี เสียงสั่นเครือว่า “คะ...คุณลุง พวกคุณจะทำอะไรเหรอคะ?”
“ไม่ได้จะทำอะไรหรอก” ชายร่างเตี้ยขยับเข้ามาจากด้านข้าง น้ำเสียงแหบพร่า “แค่เห็นเด็กสาวอย่างเธอเดินอยู่ในที่แบบนี้คนเดียวตอนดึก มันไม่ปลอดภัยน่ะ ว่าไง ให้...พวกเราไปส่งไหม?”
ดูยังไงพวกคุณนี่แหละที่ไม่ปลอดภัยที่สุด!
ฉูหยวนแอบบ่นในใจ แต่การแสดงเบื้องหน้ายังต้องเล่นให้สมบทบาท
เธอส่ายหน้าแรง ๆ จนแทบสุดแรง ถึงกับบีบน้ำตาให้เอ่อคลอขึ้นมาเล็กน้อย “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ เอง อยู่ข้างหน้านี่แหละ...”
“อย่างนั้นเหรอ?” ความอดทนของชายร่างสูงดูเหมือนจะหมดลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที น้ำเสียงพลันหม่นทึม “แต่ดึกขนาดนี้ อยู่คนเดียวมันอันตรายจริง ๆ นะ...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เหตุวิปริตก็พลันอุบัติขึ้น!
ร่างของชายร่างสูงพองขยายขึ้นอย่างฉับพลัน! เสียงผ้าฉีกขาดดังแสบแก้วหู สูทที่เดิมพอดีตัวถูกฉีกกระชากจนขาดในพริบตา
แขนขาของเขายืดยาวและบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว มีขนสีเทาดำหนาแน่นและหยาบกระด้างงอกปกคลุม นิ้วมือบิดงอก่อนยืดยาว กลายเป็นกรงเล็บแหลมคมที่ปลายสะท้อนประกายเย็นเยียบ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ชายร่างเตี้ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็แปลงร่างเสร็จสิ้นเช่นกัน
ชั่วพริบตาเดียว พนักงานออฟฟิศสองคนก็หายไป เหลือเพียงหมาป่าสองตนที่ยืนสองขา กล้ามเนื้อบึกบึนเกร็งแน่น!
“โฮก—!”
เสียงคำรามทุ้มต่ำก้องสะท้อนอยู่ในตรอกแคบ
หมาป่าทั้งสองตนแยกกันอยู่คนละด้าน ราวกับสัตว์ร้ายกำลังล่าเหยื่อ ไม่เสียเวลาพูดพร่ำแม้แต่คำเดียว ก่อนพุ่งเข้าใส่หญิงสาวที่ดูเหมือนตกใจจนยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมกลิ่นคาวคละคลุ้ง!
ฉูหยวนแอบกัดริมฝีปากในใจ แววตาลึกล้ำฉายประกายคมกริบที่สงบนิ่งวูบหนึ่ง
ในชั่วขณะที่กรงเล็บใกล้จะถึงตัว เธอเบี่ยงกายหลบกรงเล็บของหมาป่าร่างสูงได้อย่างหวุดหวิด
“ฉัวะ!”
