“อะไรนะ? เหตุใดถึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้? ฉงซาน ราชสำนักเลี้ยงเจ้าไว้ทำอะไร เหตุใดเพิ่งมารายงานเอาป่านนี้!”
อวี้ชิ่งด่าทอด้วยความโมโห ร้อนใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก
หมอกผีปิดล้อมเมือง นี่เป็นเรื่องใหญ่ หากหมอกผีบุกเข้ามาได้ ทุกคนล้วนต้องตาย!
“ใต้เท้า หมอกผีน่าจะเริ่มก่อตัวตั้งแต่เมื่อคืน แรกเริ่มทหารยามคิดว่าเป็นเพียงหมอกธรรมดา จึงไม่ได้ใส่ใจ กระทั่งฟ้าสางถึงพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
สีหน้าฉงซานเคร่งขรึม
หมอกผีปิดล้อมเมือง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่ก่อนหมอกผีอย่างมากก็ปิดล้อมหมู่บ้านหรือตำบลเท่านั้น
“รีบรายงานสิ ให้จวนวั่งจิงส่งนักล่าปีศาจมา หรือเจ้าคิดจะรอความตายอยู่ที่นี่ หรือจะให้พวกไร้ประโยชน์ในกองล่าปีศาจออกไปแทน?”
อวี้ชิ่งด่ากราด เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีว่ากองล่าปีศาจที่อำเภอชิงหยางเลี้ยงไว้ล้วนเป็นพวกไร้ความสามารถ จะหวังพึ่งพวกนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
“ไม่ได้ขอรับ หมอกผีปิดกั้นเส้นทางทุกสาย ข่าวส่งออกไปไม่ได้ แม้แต่นกพิราบสื่อสารก็จะถูกดูดเอาเลือดและพลังชีวิตไปจนหมดเมื่อบินเข้าไปในหมอกผี” ฉงซานส่ายหน้า
“แล้วจะทำอย่างไร?” อวี้ชิ่งลนลานอย่างสิ้นเชิง เขายังไม่อยากตาย
“นายท่าน! นายท่าน!”
น้องสาวของเหยียนเยว่เริ่นร้องไห้พลางวิ่งพรวดเข้ามา “นายท่าน ข้าไม่อยากตาย รีบพาข้าออกไปจากที่นี่เถิด”
“หุบปาก เจ้าไม่อยากตายแล้วคิดว่าข้าอยากตายหรือไร ไสหัวไปให้พ้น!”
อวี้ชิ่งด่าด้วยความโมโห “ฉงซาน รีบเรียกยอดฝีมือขั้นหลอมกระดูกทั่วทั้งเมืองมารวมตัว ข้าจะหารือแผนรับมือจากนี้!”
ฉงซานพยักหน้า
สถานการณ์ในตอนนี้เกินกว่าที่เขาคาดไว้แล้ว หมอกผีแผ่ขยายเป็นวงกว้างเช่นนี้ พลังของภูตผีที่อยู่เบื้องหลังย่อมแข็งแกร่งอย่างยิ่ง มีเพียงผนึกกำลังทั้งหมดเข้าด้วยกันเท่านั้น จึงจะพอมีหวังหนีรอดไปได้
“ฉึบ!”
ภายในลานเล็ก มีดฆ่าหมูในมือฉินหมิงว่องไวดุจสายลม ฟันใบไม้ร่วงรอบกายหลายสิบใบออกเป็นสองซีกอย่างเรียบร้อย
ไม่นานก่อนหน้านี้ เขาตระเวนไปยังโรงฆ่าสัตว์ทุกแห่งในเมือง สังหารสัตว์ไปนับไม่ถ้วน
ในนั้นมีทั้งหมู วัว แพะ แกะ กระทั่งไก่และเป็ด
ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิต เมื่อตายด้วยมีดฆ่าหมู ก็ล้วนเพิ่มแต้มวิชามีดเชือดหมูได้