“หมอกลงแล้ว”
ซิ่วเหนียงเอนซบอยู่ในอ้อมแขนฉินหมิง เอ่ยเสียงเบา
ฉินหมิงกวาดตามองไปรอบด้าน
ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือไม่ เขาเห็นเงาคนหลายร่างเคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไปหลายลี้ราง ๆ ทว่าไม่นานคนเหล่านั้นก็ถูกหมอกกลืนหายไป
“ตาฝาดไปหรือ?”
ฉินหมิงเพ่งมองอีกครั้ง แต่กลับไม่พบสิ่งใด
“ศิษย์น้อง หมอกนี่ดูท่าจะผิดปกติอยู่บ้าง”
ลี่เซิ่งหนานเดินเข้ามา
“ผิดปกติตรงไหน?”
“หนาวมาก”
ลี่เซิ่งหนานกระซิบเสียงเบา “เมื่อครู่ข้าไปทำธุระตรงโน้น รู้สึกว่าในหมอกเหมือนมีบางสิ่งจับจ้องข้าอยู่ พอเดินผ่านหมอกออกมา ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกอย่างชัดเจน หนาวเสียจนรู้สึกเหมือนกระดูกจะถูกแช่แข็ง”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าฉินหมิงพลันเคร่งขรึมขึ้น
ลี่เซิ่งหนานอยู่ในขั้นหลอมผิวหนังช่วงปลาย ทั้งยังฝึกวิชาฝึกกายพลังวัวเถื่อน เลือดลมทั่วร่างแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาหลายเท่า ต่อให้สวมเพียงเสื้อบาง ๆ แล้วนอนกลางหิมะตลอดคืนก็ยังไม่เป็นอะไร หมอกยามเช้าบาง ๆ จะทำให้นางรู้สึกหนาวได้อย่างไร?
ฉินหมิงเงยหน้ามองท้องฟ้า
ดวงจันทร์ในวันที่เจ็ดเดือนหนึ่งยังไม่เต็มดวงนัก แสงจันทร์สลัวส่องลงบนหมอกบาง
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งวูบผ่านหมอกที่อยู่ไกลออกไป
ฉินหมิงลุกพรวดขึ้นทันที
“เกิดอะไรขึ้น ศิษย์น้อง?”
ลี่เซิ่งหนานสะดุ้ง รีบชักดาบยาวด้านหลังออกมา
นั่นคือดาบเหล็กเย็นของมือโลหิต ซึ่งมีราคาถึงสามร้อยตำลึง ฉินหมิงให้ลี่เซิ่งหนานยืมไว้ป้องกันตัวชั่วคราว
ด้วยความคมของดาบเหล็กเย็น ลี่เซิ่งหนานย่อมต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมผิวหนังสมบูรณ์ได้โดยไม่เสียเปรียบ
“พี่ฉิน!”
มือเล็ก ๆ ของซิ่วเหนียงเผลอกำชายเสื้อฉินหมิงแน่น
“ชู่ว อย่าส่งเสียง”
ฉินหมิงค่อย ๆ ชักมีดฆ่าหมูออกจากเอวด้านหลัง
ราตรีดึกสงัดแล้ว บางคนนอนทั้งชุด เสื้อผ้าไม่ถอด กองไฟสิบกว่ากองลุกโชน ส่งเสียงปะทุแตกดังเปรี๊ยะ ๆ ไม่ขาดสาย
หมอกสีเทาขมุกขมัวแผ่คลุมเข้ามาจากทุกทิศทาง เพียงลมพัดวูบ กองไฟที่ลุกโชนอยู่ริมสุดก็ดับลงในพริบตา!
