ตะวันคล้อยลงสู่ขอบฟ้า
ตำบลชิงซาน เขตโรงเรือนพัก
นางอู๋ ภรรยาของหวังซุ่น คลำทางกลับบ้านในความมืด
หวังซุ่นที่นอนอยู่บนเตียงเห็นภรรยากลับมา ก็รีบยันกายลุกขึ้นนั่ง น้ำเสียงเจือความร้อนใจอยู่หลายส่วน “เป็นอย่างไรบ้าง น้องฉินยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
นางอู๋ส่ายหน้า สีหน้าเศร้าสร้อย
“ทุกคนต่างพูดกันว่าพี่ฉินถูกสัตว์ร้ายบนเขากินไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่หายไปตั้ง 6 วันโดยไม่กลับมา”
หวังซุ่นนิ่งงันไม่เอ่ยคำใด ครู่ใหญ่จึงถอนหายใจยาว
“พี่ฉินเป็นคนมีคุณธรรม ตายไปเช่นนี้ช่างน่าเสียดายจริง ๆ!”
“ฮูหยิน เจ้าไปปลอบซิ่วเหนียงหน่อย อย่าปล่อยให้นางคิดสั้นเด็ดขาด”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
“ท่านแม่ ข้าไปด้วย”
สองแม่ลูกเดินมาถึงหน้าประตูแล้วเคาะเบา ๆ
“ใครน่ะ?”
“ข้าเอง ซิ่วเหนียง”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ประตูเหล็กก็เปิดออก
นางอู๋กวาดตามองซ้ายขวา แล้วรีบพาลูกสาวเข้าไปด้านใน
ภายในห้องสลัวมาก ซิ่วเหนียงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าซีดขาว ดวงตาไร้แวว เส้นผมที่เคยหวีเรียบตรงบัดนี้กลับยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ส่วนชามและตะเกียบบนโต๊ะอาหารก็วางระเกะระกะ
เห็นสภาพของซิ่วเหนียงแล้ว นางอู๋ก็อดปวดใจไม่ได้
“ซิ่วเหนียง อย่าเป็นเช่นนี้เลย ไม่แน่ว่าพี่ฉินอาจกลับมาเร็ว ๆ นี้ก็ได้”
นางอู๋กุมมือซิ่วเหนียงไว้ พลางปลอบเสียงเบา
“ใช่แล้ว พี่สาว พี่ฉินต้องไม่เป็นอะไรแน่” หวังเสี่ยวซีกะพริบดวงตากลมโต
“ก่อนพี่ฉินจากไป เขาพกเสบียงแห้งไปแค่ 3 วัน นี่ก็วันที่ 6 แล้ว เขายังไม่กลับมาอีก ต้องเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแน่!”
ซิ่วเหนียงกุมศีรษะไว้แน่นด้วยสองมือ นิ้วจิกทึ้งเส้นผม นางไม่อยากและไม่กล้าคิดถึงผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้น
เหตุใดชีวิตของพวกนางเพิ่งจะดีขึ้น ก็ต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นด้วย?
