“ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่มีวิธีรับมือภูตผีปีศาจอย่างไร”
เหยียนเยว่เริ่นจ้องฉินหมิงที่เดินนำหน้า พลางบ่นพึมพำในใจ
ผู้ที่กล้ามาถึงที่นี่ล้วนมีวิธีรับมือภูตผีปีศาจ สิ่งที่เหยียนเยว่เริ่นพึ่งพาคือมีดสั้นเล่มหนึ่ง
มีดสั้นเล่มนี้ไม่ใช่อาวุธอำมหิต หากแต่เป็นสมบัติพุทธะ ซึ่งได้รับพลังธูปควันจากผู้คนในวัดมานานหลายปี พลังธูปควันที่สั่งสมอยู่บนนั้นสามารถสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำได้
สมบัติพุทธะชิ้นนี้อวี้ชิ่งเป็นผู้จัดหาให้เหยียนเยว่เริ่น จุดประสงค์ของเขาไม่ต่างจากฉงซาน ต้องการให้เหยียนเยว่เริ่นเข้าร่วมกองล่าปีศาจ จากนั้นคอยสนับสนุนให้ขึ้นเป็นหัวหน้ากอง แล้วอาศัยชื่อกองล่าปีศาจร้องขอทรัพยากรชั้นดีจากเบื้องบน ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนมากขึ้น
เมื่อเห็นหมอกผีใกล้เข้ามา คนอื่น ๆ ก็ทยอยหยิบอาวุธที่ใช้รับมือภูตผีปีศาจออกมา
มีทั้งอาวุธอำมหิต สมบัติพุทธะ และกระบี่ชาดที่ผ่านการบวงสรวงด้วยวิธีพิเศษ
บางคนถึงกับพกประทัดที่บรรจุดินระเบิดผสมเลือดสุนัขดำกับเลือดไก่ตัวผู้มาด้วย
ยิ่งเข้าใกล้หมอกผี อุณหภูมิโดยรอบก็ยิ่งลดฮวบ ลมเย็นยะเยือกหลายระลอกพัดหวีดหวิวผ่านกาย
ทั้งสิบสองคนล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ มีเลือดลมเต็มเปี่ยม ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง ราวกับเลือดในกายกำลังจะแข็งตัว ความรู้สึกขนลุกขนพองพลันก่อตัวขึ้น พวกเขารู้สึกว่าภายในหมอกผีมีบางสิ่งกำลังจับจ้องอยู่
บางคนใจหายวาบ เริ่มนึกเสียใจที่เข้าร่วมกองล่าปีศาจบ้าบอนี่
หากอาวุธในมือใช้กับภูตผีปีศาจไม่ได้ พวกเขาคงต้องตายแน่!
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของผีก็ดังขึ้นจากในหมอกผี เงาผีสายหนึ่งวูบผ่านไป
“ตามไป!”
ใครบางคนทะยานตัวขึ้น ไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนมาที่นี่ พวกเขาสืบข้อมูลกันมาแล้ว รู้ว่าพวกนี้เป็นเพียงวิญญาณร้ายระดับต่ำที่สุด หากมีวิธีรับมือก็สังหารได้อย่างง่ายดาย
เหยียนเยว่เริ่นเร็วที่สุด เขาถือมีดสั้นสมบัติพุทธะไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
คนอื่น ๆ ตามติดไปไม่ห่าง เงาร่างทั้งสิบสองหายลับเข้าไปในหมอกผี
ห่างออกไป อวี้ชิ่งเห็นภาพนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น
“ฉงซาน คราวนี้เจ้าคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าแล้วกระมัง?”
