“โฮก!”
ราชันซากศพคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว พลังซากศพพวยพุ่งออกจากบาดแผลที่ท้อง แผลดิ้นกระเพื่อมไม่หยุดราวกับต้องการสมานตัว ทว่าภายใต้การแผดเผาของปราณชั่วร้ายและพิษไฟที่โหมกระหน่ำ บาดแผลไม่เพียงไม่สมาน แต่กลับค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้น
“ก่อนตาย ราชันซากศพตัวนี้คงใกล้บรรลุขั้นหลอมกระดูกแล้ว”
ฉินหมิงใจหนักอึ้ง
ราชันซากศพตนนี้มีพละกำลังมหาศาล ยังดีที่พลังวัวเถื่อนของเขาฝึกจนสมบูรณ์แล้ว เรี่ยวแรงของเขาจึงไม่ด้อยกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมเนื้อช่วงปลาย
ฉินหมิงไม่คิดปะทะกับราชันซากศพตรง ๆ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือสังหารวิญญาณร้ายกับซากศพแห้งเพื่อสะสมแต้มคุณสมบัติอิสระ รอจนเพิ่มระดับวิชายุทธ์เต็มแล้วค่อยกลับมาจัดการราชันซากศพตนนี้
ร่างของฉินหมิงเคลื่อนไหวดุจมังกรท่องเมฆา พุ่งเข้าไปในหมอกผีแล้วเข่นฆ่าวิญญาณร้ายเหล่านั้นอย่างไม่ยั้งมือ
เดิมทีวิญญาณร้ายเหล่านี้เป็นโจรภูเขาจากค่ายชิงเฟิง หลังตายแล้วความแค้นยังฝังแน่น วิญญาณจึงไม่สลายไปจากร่าง ก่อนถูกผีสาวชุดแดงหลอมให้กลายเป็นวิญญาณร้าย
ชั่วพริบตา วิญญาณร้ายอีกสามตนก็สิ้นชีพใต้คมมีดของฉินหมิง
ผีสาวชุดแดงในหมอกผีโกรธแค้นจนถึงขีดสุด
ครั้งก่อนลูกน้องวิญญาณร้ายของนางถูกฉินหมิงฆ่าจนหมด ครั้งนี้นางอุตส่าห์หลอมขึ้นมาได้อีกสิบกว่าตน แต่พริบตาเดียวก็ถูกฉินหมิงสังหารไปเกือบครึ่ง
“ซี้ด—”
เสียงผีแหลมกรีดผ่านแก้วหูของฉินหมิง ระเบิดกึกก้องขึ้นในสมอง
ชั่วขณะนั้น ภาพลวงตานับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นตรงหน้า ฉินหมิงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย
ผีสาวชุดแดงใช้กระบวนท่าเดียวกับครั้งก่อน นั่นคือเสียงคำรามของผี
แต่คราวนี้นางไม่ได้เลือกเข้าสิงฉินหมิง กลับยืนมองอย่างเย็นชา รอชมฉินหมิงถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ!
ในหมอกผี ราชันซากศพพุ่งทะยานออกมา เล็บยาวสีม่วงดำทั้งสิบวาววับด้วยแสงเย็นเยียบ ทุกย่างก้าวทิ้งรอยสีขาวยาวเหยียดไว้กลางอากาศ ราวกับสามารถผ่าแยกมิติทั้งผืนออกเป็นสองส่วน
ด้วยพลังของราชันซากศพ ร่างกายขั้นหลอมผิวหนังช่วงปลายของฉินหมิงย่อมต้านทานไม่ไหว ต้องถูกคว้านท้องในพริบตา
