ตอนที่ 5 พี่หลินผู้รักการเลี้ยงดูเทพดาบชั่วร้าย
เซี่ยฉางอวี่ตามพี่ชายไปเป็นเพื่อนน้องสาวช้อปปิ้งที่ห้าง ตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง
คิดอยู่พักหนึ่งแต่ก็นึกไม่ออก นึกไม่ออกนั่นล่ะคือไม่สำคัญ
เขาออกไปกับพี่ชายและน้องสาวอย่างมีความสุข
ดังนั้น พอเซี่ยฉางอวี่กลับบ้านมาพร้อมของเต็มมือ ก็ได้พบกับผู้จัดการที่ความแค้นสามารถเลี้ยงดูเทพดาบชั่วร้ายได้เป็นตัวเป็นตน
ทันทีที่เห็นหลินซิงไห่ เซี่ยฉางอวี่ก็นึกออกทันทีว่าสิ่งที่ลืมก่อนออกจากบ้านคืออะไร
ระหว่างไลฟ์สด หลินซิงไห่ส่งข้อความมาให้ เลิกไลฟ์แล้วให้โทรกลับหาเขา
แต่เขาดันตามพี่ชายกับน้องสาวออกไปข้างนอกอย่างสนุกสนาน แถมทิ้งมือถือไว้ในห้องชาร์จแบต
"พี่หลิน บังเอิญจัง อยู่บ้านยังเจอกันได้"
เซี่ยฉางอวี่มองแต่เพดานบ้าง พื้นบ้าง ไม่ยอมมองหลินซิงไห่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
หลินซิงไห่ไม่สนใจเขา แต่ทักทายลู่หวยอวี่กับเซี่ยถังหนิง "ท่านประธานลู่ น้องถังหนิง"
ลู่หวยอวี่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นพร้อมพยักหน้า "ขอโทษด้วย ไม่รู้ว่าคุณจะมา เลยให้เซี่ยฉางอวี่ออกไปข้างนอกด้วยกัน"
"ครั้งหน้าถ้าติดต่อเซี่ยฉางอวี่ไม่ได้ ก็ติดต่อฉันได้"
ความแค้นของหลินซิงไห่ตอนนี้ทำให้เทพดาบชั่วร้ายอดตายได้ รอยยิ้มของเขาดูออกกระดิกหางเล็กน้อย "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แค่เรื่องเกี่ยวกับการบันทึกเทปรายการวาไรตี้ที่ต้องคุยกับฉางอวี่น่ะครับ"
"ท่านประธานลู่จะฟังด้วยไหมครับ? เพราะยังไงน้องถังหนิงก็จะไปบันทึกเทปด้วยกัน"
เพราะว่าท่านประธานลู่คนนี้ สำหรับน้องชายน้องสาวสองคนแล้ว เป็นทั้งพี่ชายทั้งพ่อแม่
ลู่หวยอวี่ไม่ได้ตอบรับ "ไม่จำเป็น พวกคุณตัดสินใจเองเถอะ"
ถึงแม้เพราะเหตุผลเรื่องเนื้อเรื่องประหลาดนั่น เขาจำเป็นต้องรู้มากขึ้นอีกหน่อย เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้น
แต่เซี่ยฉางอวี่และเซี่ยถังหนิงไม่เคยเป็นสมบัติของใคร ทั้งคู่กำลังเติบโตขึ้นอย่างดี
ตราบใดที่ไม่แตะเส้นแดงที่เป็นหลักการ เขาจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของทั้งสองคน
เรื่องอะไรก็ตาม ทั้งคู่สามารถลงมือทำได้เต็มที่ เพราะเขาพร้อมจะซับพวกเขาไว้เสมอ
จากนั้น ลู่หวยอวี่กำชับแค่สองสามประโยคก็ขึ้นชั้นบนไป ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง
พอลู่หวยอวี่จากไป หลินซิงไห่ก็กลับมาเลี้ยงดูเทพดาบชั่วร้ายของตนต่อ
เซี่ยฉางอวี่กำลังชื่นชมเพดานอย่างตั้งใจ เพดานนี่ช่างเพดานจริง ๆ!
เซี่ยถังหนิงทึ่งจนอ้าปากค้าง ให้ตายสิ สุดยอดปรมาจารย์เปลี่ยนหน้าไว!!
"ว้าว สุดยอดศิลปะเปลี่ยนหน้าแบบชาวบ้าน พี่หลินสอนหนูหน่อย!"
หลินซิงไห่ชะงักไป หันไปพบเซี่ยถังหนิงจ้องเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย แถมยังแฝงความ...เลื่อมใส?
เซี่ยถังหนิงอยากเรียนจริง ๆ เธอนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเรียนได้ จะหลอกค่าขนมจากพี่ชายได้เท่าไหร่!
เวลาเธอทำเรื่องแย่ ๆ แล้วถูกพี่ชายจับได้ เธอจะเปลี่ยนหน้าเป็นเวอร์ชั่นน่าสงสารทันที เธอไม่เชื่อหรอกว่าพี่ชายจะใจแข็งหักค่าขนมเธอ!!
แถมวินาทีก่อนหน้ายังยิ้มแย้มประจบเหมือนหมา วินาทีต่อมาก็เย็นชาเหมือนเทพ!
วู้ฮู! โคตรเท่!!
เธอต้องเรียนให้ได้!
หลินซิงไห่ดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทไปหน่อย รู้สึกผิดนิด ๆ เหมือนกำลังสอนเด็กให้เสียคน
"อะแฮ่ม... เด็ก ๆ อย่าเรียนรู้แต่เรื่องพวกนี้..."
อะไรต่อมิอะไรที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย!
หลินซิงไห่มองดวงตาหมาน้อยที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเซี่ยถังหนิง คำพูดช่วงหลังก็ไปติดอยู่ที่คอ
เขารู้สึกว่าถ้าไม่สอนเธอ เขาก็เป็นคนเลวที่ผิดมหันต์เลยนะ
ให้ตายเถอะ เขาปฏิเสธเด็กที่มองเขาเหมือนเห็นอุลตร้าแมนไดก้าไม่ได้จริง ๆ นะ!
ดังนั้นหลินซิงไห่จึงเลือกเปลี่ยนเรื่องแบบฝืน ๆ
"เอ่อ คือว่า เรามาคุยเรื่องบันทึกเทป 'ตามัน' กันดีกว่า!"
เฮ้! เซี่ยฉางอวี่เห็นดังนั้น ลูกตาก็กลอกไปมา
ไฟไม่ลามมาถึงตัวเขาแล้ว!
เซี่ยถังหนิงพยักหน้า ไม่สอนก็ไม่เป็นไร เธอแอบเรียนได้ แล้วทำให้ทุกคนตะลึง!
กลับเข้าเรื่อง หลินซิงไห่พูดเรื่องจริงจัง
"นี่เซี่ยฉางอวี่ แกเป็นอะไรของแกนะ?!"
"บอกแกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าวันนี้ต้องถ่ายคลิปโปรโมท? เปิดประตูให้ตากล้องทั้งที่หัวเป็นรังนก หน้ามันเยิ้ม!"
"แกคิดอะไรอยู่ สมองหนีออกจากบ้านไปแล้วหรือไง?!"
"ฉันบอกแกทุกวัน ระวังภาพลักษณ์ของแกด้วย! ภาพลักษณ์! ถึงแกจะไม่ใช่ไอดอลท็อป แต่อย่างน้อยก็เป็นนักร้องระดับสอง..."
เซี่ยฉางอวี่ดูเหมือนเงียบไม่ปริปากเหมือนเป็นเห็ด แต่ความจริงกำลังคิดเรื่องหลังจากพาน้องสาวหนีออกจากบ้านพรุ่งนี้
จะจับน้องสาวเป็นตัวประกันต่อรองกับพี่ชายยังไงดี พอดีเขาเพิ่งเล็งเรือยอทช์ลำใหม่ไว้
ใช่ แล้วก็พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย...
อืม! เรือยอทช์ของเขาคงไม่หนีไปไหนแล้ว!
"แล้วก็ ฉันอยากให้แกสร้างภาพลักษณ์สุภาพอ่อนโยนในรายการวาไรตี้นี้หรือไง?! ฉันให้แกสร้างภาพพี่ชายที่อ่อนโยนต่างหากเล่า"
"ความแตกต่าง เข้าใจไหม? ต่อหน้าคนนอกทำตัวเหมือนหมาป่าน้อยดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ต่อหน้าน้องสาวเก็บเล็บคมแล้วอ่อนโยนใส่ใจ"
"คนดูตอนนี้ชอบหมาป่าน้อยที่มีความแตกต่างนี่! ฉันไม่อยากนึกเลยว่า ภาพลักษณ์พี่ชายคลั่งน้องสาวแบบหมาป่าน้อยบวกกับน้องสาวน่ารักจะดึงดูดแฟน ๆ ได้มากแค่ไหน!"
"กระแสที่ถล่มทลาย! ความร่ำรวยมหาศาล!"
"พวกคุณสองคนดีนัก ไม่ใช่แค่ไม่รักษาภาพลักษณ์ตัวเอง แต่ยังกล้าระเบิดตัวเองว่าสร้างภาพต่อหน้าผู้ชมทุกคน?"
จู่ ๆ หลินซิงไห่ที่กำลังด่าพร่ำเพรื่อก็หยุดชะงัก หันไปยิ้มให้เซี่ยถังหนิงอย่างใจดี
"แน่นอน น้องถังหนิงอย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ได้ด่าน้อง เรื่องนี้พี่ชายของน้องผิดเต็ม ๆ!"
เซี่ยฉางอวี่ "..."
เซี่ยถังหนิงพยักหน้าหงึกหงัก เปลี่ยนหน้าเร็วเป็นบ้า!
ดีมาก!
เธอเรียนแล้ว คืนนี้จะไปทดลองกับพี่ชาย!
หลินซิงไห่เห็นเซี่ยถังหนิงไม่ได้ตกใจกับอารมณ์เดือดของตัวเอง ก็โล่งใจ แล้วหันไปด่าเซี่ยฉางอวี่ต่อ
"แกรู้ไหมว่าเมื่อเช้านี้แกขึ้นฮอตเสิร์ชดำไปกี่อัน?"
หลินซิงไห่บอกว่าเหนื่อยใจ ตอนแรกเห็นฮอตเสิร์ชของคู่พี่น้องนี่ขึ้นอันดับหนึ่ง ตอนเช้ายังดีใจอยู่เลย
แต่พอเห็นฮอตเสิร์ชดำที่ตามมาเป็นขบวน แทบจะเป็นลม!
เขาไม่เคยเห็นศิลปินระดับสองหรือสามที่ไหนมีแฟนคลับดำมากขนาดนี้มาก่อน เซี่ยฉางอวี่นี่มันเทพเจ้าแห่งแฟนคลับดำชัด ๆ!
เซี่ยฉางอวี่ยักไหล่ "ผมครอบครัวอบอุ่น อายุยังน้อยแต่มีอนาคตดี เรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ มีทุนทรัพย์อยู่บ้าง"
"ตัวผมเองก็หน้าตาดี เขียนเพลงได้ เล่นละครได้"
"เดบิวต์มาแค่สองปี ก็คว้ารางวัลเล็กบ้างใหญ่บ้างไปแล้ว มันก็ปกติไม่ใช่เหรอที่มีพวกบราเธอร์ไร้ความสามารถมาอิจฉาตาร้อน!"
หลินซิงไห่ "..."
เพราะปากเสีย ๆ นั่นแหละที่ทำมีแฟนคลับดำเพิ่มไปเท่าไหร่ แกไม่ยอมพูดถึงบ้างเลย!
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซี่ยฉางอวี่พูดถูก
เขามีหน้าตา พรสวรรค์ และทุน
เขามีพรสวรรค์สูงล้ำในการแต่งเนื้อแต่งเพลง การแสดงก็มีจุดเด่น เดบิวต์แค่สองปีก็ได้รางวัลนักแสดงสมทบมาหลายครั้ง
รางวัลใหญ่ ๆ ในวงการเพลงก็กวาดจนเมื่อยมือ
ปีนี้เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยไห่ต้า ตอนนี้ก็เพิ่งอายุ 21 ปี
อีกเหตุผลหนึ่งคือ เซี่ยฉางอวี่ไม่ได้ตั้งใจปิดบังพื้นเพของตัวเอง
ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องทุจริตฉ้อฉล เขาจะใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่ครอบครัวมอบให้อย่างชาญฉลาด
พวกพึ่งบารมี ก็เลยกลายเป็นจุดดำที่ใหญ่ที่สุดของเขา
บางทีคนพวกนั้นที่ชีวิตจริงไม่เป็นดั่งใจ ถึงลดค่าเซี่ยฉางอวี่แล้วจะได้รับความพึงพอใจมากกว่าลดค่าคนอื่น
และใช้สิ่งนี้มาเชิดชูคุณค่าของตัวเอง!
นี่ก็เลยทำให้เสียงวิจารณ์เซี่ยฉางอวี่จากภายนอกแตกเป็นสองขั้ว แฟนคลับกับแฟนคลับดำมีสัดส่วนแทบเท่ากัน
เพราะขนาดนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ยังถูกด่าขึ้นฮอตเสิร์ชได้
พวกเขาทำแบบนั้นกับนักกีฬาทีมชาติที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้ แล้วนับประสาอะไรกับเซี่ยฉางอวี่!
"ช่างเถอะ ๆ ยังไงแกก็ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่วงการบันเทิง!"
หลินซิงไห่ถอนหายใจลึก แต่พอเห็นคุณชายน้อยตระกูลใหญ่จอมก๋ากั่นตรงหน้า ลมหายใจนั้นก็ไปไม่สุด
"ไหน ๆ แกก็ไม่ได้ตั้งใจอยู่วงการบันเทิง แล้วตอนนั้นแกเซ็นสัญญากับค่ายฉันเพราะอะไร?"
ในที่สุด หลินซิงไห่ก็ถามคำถามที่อยากถามมานานออกไป
วันแรกที่เซี่ยฉางอวี่เดบิวต์ เขาก็โพสต์เวยปั๋วบอกแล้วว่าจะอยู่ในวงการบันเทิงอีกไม่นาน
เซี่ยฉางอวี่หลบสายตาของเขา รู้สึกผิดเต็มอก
เหตุผลน่ะบอกไม่ได้หรอก เพราะกลัวโดนต่อย