บทที่ 1 พี่น้องขี้โม้หลงตัวเองสืบสายเลือดเดียวกัน
ก๊อก ๆ…… ก๊อกก๊อกก๊อก…… ก๊อก ๆ……
เซี่ยถังหนิงถูกเสียงเคาะประตูที่สุภาพพอสมควรปลุกให้ตื่น ดิ้นรนอยู่นานแต่ก็ยังลืมตาไม่ขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง นอนดิ้นไปมาบนเตียงอยู่สองสามที ห่มผ้าห่มผืนบาง ลืมตาได้แค่เส้นเดียว ลอยละล่องราวกับวิญญาณไปเปิดประตู
“โอ้ น้องสาวสุดที่รักของพี่! พี่ชายคนรองคนสวยของหนูเตรียมอาหารเช้าไว้พร้อมแล้วนะจ๊ะ!”
เสียงเจ้าเล่ห์ของพี่ชายคนรองดังข้างหู เซี่ยถังหนิงเบิกตากว้างทันที โยนผ้าห่มทิ้ง
ทรงผมยุ่งเหยิงเหมือนรังไก่ ทำท่าปกป้องอาจารย์ของซุนหงอคง ตะโกนก้อง!
“เฮ้ย! ปีศาจมาจากไหน กล้าดียังไงมาเข้าร่างพี่ชายคนรองของข้า?”
“ยังไม่รีบออกจากร่างพี่ชายข้าอีก ถ้าออกจากร่างตอนนี้ ข้าซุนผู้เฒ่าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
รอยยิ้มอ่อนโยนพอเหมาะพอดีบนใบหน้าของเซี่ยฉางอวี่แข็งค้าง ค่อย ๆ หลับตาลง
ไม่กล้าลืมตา ขอให้มันเป็นภาพหลอนเถอะ!
เซี่ยฉางอวี่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปิดประตูดังปัง ตัดขาดจากกล้องที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่ด้านหลัง
ตากล้องที่ตามถ่าย: “……”
ในห้องไลฟ์ที่ก่อนหน้านี้เงียบสงัด ถูกข้อความหัวเราะฮ่า ๆ ท่วมจอ
【ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ】
【ตอนแรกพี่อวี่พูดมั่นอกมั่นใจ ฉันเกือบเชื่อแล้วว่าน้องสาวเขาเป็นสาวหวาน! กลายเป็นสาวน้อยม.ต้นจอมเพี้ยน!!】
【ว่าแต่เถอะ ดูนิสัยหมาบ้าของพี่อวี่เราแล้ว มันจะมีทางมีน้องสาวอ่อนหวานได้ยังไงกัน? ฮะ!】
【ฉันเห็นพี่อวี่ทำหน้าอ่อนโยนเต็มที่ครั้งแรกเลย แต่น้องสาวทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผี?!】
【ดูตอนหมาอวี่โพสต์เรื่องสนุก ๆ กับน้องสาวบ่อย ๆ ฉันนึกว่าจะเป็นพี่ชายอบอุ่นเอาใจกับน้องสาวน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่นี่มันใช่มั้ยเนี่ย? ฮะ!】
【แต่เมื่อกี้น้องสาวทำท่างัวเงียยังไม่ตื่นน่ะ น่ารักจริง ๆ นะ!!】
ภายในห้อง
เซี่ยฉางอวี่ทำหน้าแค้นใจเหมือนเหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า: “เซี่ยถังหนิง นี่เธอลืมเรื่องที่รับปากพี่เมื่อคืนนี้แล้วเหรอ?!”
เซี่ยถังหนิงฟังเขาพูดด้วยน้ำเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยกมือเล็ก ๆ ตบอกแปะ โล่งอกทันที
ตกใจเอง
ก็นั่นแหละ อย่างเมื่อกี้มันจะเป็นพี่ชายคนรองของเธอได้ยังไง ต้องเป็นปีศาจมาร่างเขาสิ!
ตอนนี้ที่อาละวาดไร้ภาพลักษณ์ไร้เหตุผลนี่แหละคือพี่ชายคนรองสุดที่รักของเธอ!
เซี่ยถังหนิงแบมือเล็ก ๆ: “ไม่ได้ลืมนี่ ก็แค่เล่นละครพี่น้องรักกันดีตามบทกับพี่!”
“ก็แค่คาแรกเตอร์นี่นา เรื่องเล็ก ๆ วางใจได้ รับรองอยู่ในมือฉัน ทำให้ความดังของพี่พุ่งขึ้นอีกระดับแน่”
เซี่ยฉางอวี่หัวเราะเย็น: “งั้นเธอยังจำได้มั้ยว่าคาแรกเตอร์ของเธอคืออะไร?”
เซี่ยถังหนิงทำหน้าไม่ยี่หระ: “ก็ขึ้นรายการวาไรตี้กับพี่ เล่นเป็นน้องสาวสวยใส ไร้เทียมทาน น่ารักเหลือหลาย เก่งสารพัดอย่าง เปรี้ยวก็ได้ หวานก็ดีของพี่ ช่วยพี่สร้างภาพพี่ชายรักน้องให้คนดูอินจนดังเป็นพลุแตกยังไงล่ะ!”
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่มันไม่ต้องเล่นเลยด้วยซ้ำ ก็ฉันเป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นา? นี่มันเรื่องจิ๊บจ๊อยที่ฉันทำได้ชิล ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?!”
เซี่ยฉางอวี่กอดอก หน้าเรียบเฉย: “โอ้ ไลฟ์เริ่มแล้วนะ”
เซี่ยถังหนิงโบกมือสบาย ๆ เก็บผ้าห่มผืนเล็กที่พื้น เตรียมจะมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มต่อ
“เริ่มก็เริ่มสิ! แค่เรื่องจิ๊บ... เอ๋?”
เซี่ยถังหนิงชะงักมือที่กำลังเก็บผ้าห่ม หน้าค่อย ๆ บิดเบี้ยว: “พี่พูดว่าอะไรนะ!?”
“ไม่ใช่เริ่มพรุ่งนี้เหรอ? แล้วทำไมมาถ่ายถึงในบ้านล่ะ?!”
เซี่ยฉางอวี่เลียนแบบท่าทางเมื่อสักครู่ของเธอ แบมือทั้งสอง: “โอ้ ผู้กำกับบอกว่าจะถ่ายคลิปโปรโมทอุ่นเครื่อง ให้ผู้ชมเห็นภาพส่วนตัวที่เป็นธรรมชาติที่สุดของแขกรับเชิญไง”
เซี่ยถังหนิง: “……”
“งั้นท่าทางเหมือนผีเมื่อกี้ของฉันถูกถ่ายออกไปหมดแล้ว?”
เซี่ยฉางอวี่ทำหน้าไม่ยี่หระ: “ใช่แล้วจ้า น้องสาวสุดที่รักของพี่!”
เซี่ยถังหนิงรู้สึกแหม่ง ๆ ยังไงไม่รู้
เหมือนบูมเมอแรงย้อนกลับมาปักกลางหน้าผาก!
“ไอ้หมาอวี่! แกคืนภาพลักษณ์ที่งามราวกับนกปิดดวงจันทร์ ทำให้บุปผาต้องอับอาย ดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น ซื่อตรงเปิดเผย ไม่กลัวภัยอันตราย เปี่ยมด้วยความสามารถ...... มาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
ตรงนี้ขอบรรยายคำชมตัวเองแปดร้อยตัวอักษร
เซี่ยฉางอวี่ดูท่าจะชินกับความหลงตัวเองขี้โม้ของเซี่ยถังหนิงแล้ว
สำหรับพฤติกรรมหยิบคำชมใด ๆ มาอวดอ้าง ไม่ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ของเธอ เขาเห็นจนชินตา
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไงเสีย ภาพลักษณ์ที่สุดแสนจะสุภาพอ่อนโยน สง่างาม หน้าตาหล่อเหลา สุขุมลุ่มลึก เปี่ยมด้วยความรู้... ของพี่ก็รอดปลอดภัยดี”
เซี่ยฉางอวี่: ~( ̄▽ ̄~)~
เซี่ยถังหนิง: 눈_눈
อา! ความทุกข์สุขของมนุษย์ไม่เหมือนกันจริง ๆ!
อิจฉาแรง!
ตอนนี้พี่น้องขี้โม้ทั้งสองยังไม่รู้ตัว ว่าบทสนทนาของทั้งคู่ถูกถ่ายทอดอยู่ในห้องไลฟ์อย่างสมบูรณ์
พวกเขายืนอยู่ที่หน้าประตู ประตูไม้บาง ๆ แบบนั้นมันจะกันเสียงได้ดีแค่ไหน?
ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยฉางอวี่ยังติดไมค์อยู่บนตัวอีก
【ฉันคิดมาตลอดว่าความขี้โม้ของเซี่ยฉางอวี่เป็นเพราะยีนกลายพันธุ์ ที่ไหนได้ เป็นสายเลือดเดียวกันนี่เอง】
【พี่น้องคู่นี้มีอาการคลั่งสุภาษิตสำนวนอะไรสักอย่างเหรอ? สองคนนี้ต้องเป็นพี่น้องคลานตามกันมาชัวร์!】
【ฉันนึกว่าหมาอวี่จะหน้าด้านพออยู่แล้วนะ ไม่คิดว่าบ้านเขาจะมีเวอร์ชั่น 2.0 ด้วย!!】
【น้องสาวคะ ถ้าพี่สาวบอกว่าเมื่อกี้พี่ชายเธอถูกผู้กำกับจู่โจมกะทันหัน แล้วก็ขายหน้าอย่างหนักหน่วงเหมือนเธอเลยนะ น้องสาวจะรู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย?】
【หมาอวี่? นี่ใช่พี่น้องบ้านมหาเศรษฐีจริง ๆ เหรอ? ไม่ใช่เล่นละครเลียนแบบฉันกับพี่ชายฉันจริง ๆ ใช่ไหม?】
เซี่ยถังหนิงรีบควานผมรังไก่ของตัวเองสองสามที แยกเขี้ยวใส่เซี่ยฉางอวี่
“แล้วทำไมพี่ไม่บอกฉันว่าวันนี้ต้องถ่ายคลิปโปรโมท?”
เซี่ยฉางอวี่ยักไหล่: “ลืม”
เขาไม่ได้โกหก เขาลืมจริง ๆ
“หึ! พี่รอฉันก่อนนะ ฉันจะเรียกพี่ใหญ่มาจัดการพี่!”
ไม่นานนัก ผู้ชมในห้องไลฟ์ก็พบว่า ประตูที่ถูกปิดมาตลอด จู่ ๆ ก็ถูกแง้มออกเป็นช่อง ศีรษะกลม ๆ เล็ก ๆ ยื่นออกมาอย่างระมัดระวัง
เซี่ยถังหนิงยิ้มหวาน ดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทักทายทีมงานที่ตามถ่ายสองสามคนก่อน แล้วถึงมองไปที่กล้อง
“สวัสดีตอนเช้าคะพี่สาวสวย ๆ ป้าสาวสวย แล้วก็พี่ชายทุกคนในห้องไลฟ์”
“หนูเองก็คือน้องสาวน่ารักสดใสเฉลียวฉลาดที่เซี่ยฉางอวี่พูดถึงนี่แหละคะ เมื่อกี้ที่พวกคุณเห็นนั่นเป็นพี่สาวฝาแฝดของหนูเอง”
“ตอนนี้คนนี้คือคนที่จะไปออกรายการวาไรตี้กับพี่ชายคนรองนะ ไม่ใช่เมื่อกี้นี้ที่เป็นน้องสาวค่ะ!”
“ขอโทษด้วยนะคะ พี่สาวหนูทำให้ขายหน้าแล้ว”
เซี่ยถังหนิงพยายามดิ้นรนยื้อสุดชีวิต เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของตัวเอง
“ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะที่มาทักทายแบบกะทันหัน หนูขอตัวไปแต่งตัวก่อนนะคะ เจอกันอีกสักครู่นะคะ!”
ในที่สุด เซี่ยถังหนิงส่งวิ้งค์ให้กล้อง เต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นอายสาวใสสมวัย
ผู้ชมในห้องไลฟ์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง
【หืม? ฝาแฝด? พี่อวี่ไม่ได้บอกว่าเขามีน้องสาวแค่คนเดียวเหรอ?】
【น้องสาวที่สุภาพและน่ารักตอนนี้ คือสาวน้อยม.ต้นจอมเพี้ยนที่เมื่อกี้ยืนหัวรังไก่ตะโกนว่า ภูตผีปีศาจ จริง ๆ เหรอ?】
【ดูออกแล้ว น้องสาวเพื่อรักษาหน้าสุดแรง เลยสร้างพี่สาวฝาแฝดขึ้นมาเองหนึ่งคน ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ】
【ถึงจะยังไงก็เถอะ! โนเมคอัพเลยนะ! โนเมคอัพ! ดูผ่านจอยังรู้เลยว่าผิวแก้มนุ่มเด้งจนบีบน้ำออกมาได้ แถมยังไม่ทันหวีผม ความสวยปังขนาดนี้แล้ว สมแล้วที่เป็นน้องสาวของเซี่ยฉางอวี่!!】
【แฟนคลับเซี่ยฉางอวี่ยกยอกันจริงนะ ก็แค่การแสดงของบ้านมหาเศรษฐีเท่านั้นแหละ】
เซี่ยฉางอวี่มองเซี่ยถังหนิงที่ไปแล้วกลับมา หน้าตายียวนกว่าเดิม: “โย่ เธอบอกพ่อแม่หรือยังว่าพวกท่านมีลูกสาวเพิ่มอีกคน?”
เซี่ยถังหนิงค้อนเขาแรง ๆ พลางชูกำปั้นเท่ากระสอบทรายเป็นการเตือน
เซี่ยฉางอวี่ไม่แยแสท่าทางอาละวาดของเธอ ยื่นมือไปสะกิดผมช่อหนึ่งที่ตั้งชันบนหัวเธอเล่น ๆ
“รีบไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงมากินข้าว อย่าอืดอาดล่าช้า รับเงินพี่แล้วก็ต้องทำงานให้พี่!”
เซี่ยถังหนิงปัดมือเขา: “ห้ามจับหัวฉัน ถ้าฉันสูงไม่ถึงหนึ่งเจ็ดสิบ พี่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด!”
เอาแต่จับหัวเธอ เธอเลยสูงไม่ขึ้น!
เซี่ยฉางอวี่มองเด็กที่สูงแค่ถึงหัวไหล่เขา มุมปากยกขึ้นเงียบ ๆ
เซี่ยฉางอวี่นึกถึงกล้องที่กำลังถ่ายอยู่หน้าประตู ก่อนจะจากไปเลยเหลียวไปมองแอร์ในห้องเด็กที่แสดงผล 16℃ แล้วเตือนอย่างดุร้าย
“ถ้ากลับมาเปิดแอร์ต่ำแบบนี้อีก ระวังพี่ฟ้องพี่ใหญ่ให้ตัดค่าขนมเธอ!”
เซี่ยถังหนิงรู้สึกผิดทันที ปากยื่น ไม่กล้าขู่ขู่คำรามอีก
…………เส้นคั่นข้อความนอกเรื่อง…………
ความยาวตอนนี้ถึงแล้วนะ ขอแทรกข้อความนอกเรื่อง [คำเตือน] หน่อยนะ
เรื่องนี้เน้นแนวตลกสบายหัว ไร้สาระ บทเนื้อหาหลักคือชีวิตประจำวันสุดฮาของพี่น้องแมวหมาเซี่ยถังหนิงกับเซี่ยฉางอวี่ในรายการวาไรตี้
ตัวเอกไม่มีคู่ เน้นสายเลือดสัมพันธ์
แต่จะมีคู่ของตัวประกอบบ้างนิดหน่อย ไม่เยอะมากนะ ใครรับไม่ได้ [ระวัง] ด้วยนะคะ~
ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นแนวตบหน้ายั่ว ๆ สะใจไหม: เพราะการตั้งค่าของว่านี้คือตัวละครในหนังสือตื่นรู้จึงได้รู้ถึงตอนจบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต พูดตามความหมายแล้วไม่ถือว่าเกิดใหม่
ดังนั้น ดำเนินเรื่องไม่ได้เป็นแนวตบหน้าอย่างรวดเร็ว แต่หากพระเอกนางเอกเดิมแสดงสัญญาณว่าจะทำร้ายตัวเอกของเรา ตัวเอกจะโต้กลับทันทีตามกฎหมายและหยุดมันไว้แต่แรกสุด ไม่ยอมให้ถูกทำให้เสียใจเด็ดขาด
ก็เน้นชีวิตประจำวันสนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนน้า~
น้องๆ นักอ่านที่รับไม่ได้ [ระวัง] ด้วยนะคะ~
นอกจากนี้ ขอต้อนรับน้องๆ นักอ่านที่สวย ฉลาด และกำลังจะร่ำรวยในเร็ววันทุกคนนะคะ พูดคุยกันได้เต็มที่ จะดีหรือไม่ดียังไงก็เป็นความเห็นที่ทุกคนมีต่อหนังสือนะคะ~ส่งหัวใจให้~ส่งหัวใจให้~
น้องๆ ที่รับไม่ได้จริงๆ กดออกทางซ้ายบนเลยก็ได้นะคะ~รักนะคะ~ส่งหัวใจให้~
ติ๊ดๆ! ระวัง! ระวัง! ตัวละครทั้งหมดในเรื่องไม่มีต้นแบบในชีวิตจริงนะ!!
【ขอให้ตัวละครทั้งหมดภายใต้ปลายปากกาของฉัน ไม่ถูกควบคุมโดยโครงเรื่อง มีชีวิตที่งดงามเป็นของตัวเอง!】