หม่าจวีเข้ามาอยู่ที่บ้านฟางเฉียง
เธอบอกโจวลี่ว่า “แม่จะอยู่ดูแลลูกสักสองสามวัน ลูกสุขภาพไม่ค่อยดี แม่ไม่วางใจ”
แต่พอตกค่ำวันเดียวกัน เธอก็คุ้ยหม้อไหถ้วยชามทุกใบในบ้านฟางเฉียงจนทั่ว ปากก็บ่นไม่หยุด
“บ้านพวกแกไม่มีเนื้อสักชิ้นเลยเหรอ ฟางเวยไม่ใช่ว่ารวยแล้วหรือไง ทำไมไม่เอาเนื้อมาส่งให้บ้านพี่ชายบ้างล่ะ”
“แป้งนี่มีหนอนขึ้นหมดแล้ว! ลี่เอ๊ย ลูกแต่งงานกับผู้ชายแบบไหนกันเนี่ย แม้แต่ข้าวดี ๆ สักคำก็ยังกินไม่ได้!”
“ฉันว่าอย่างนี้นะ ฟางเฉียง แกไปทำงานให้ฟางเวยที่ป่าไม้เก่ามาเดือนกว่าแล้ว เขาให้ค่าแรงแกแค่นี้เองเหรอ”
“แกเป็นพี่ชายได้ยังไงถึงไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย เขาล่าหมูป่าทีหนึ่งยังแบ่งเงินกันได้ตั้งหลายร้อย แกไปล่าหมูกับเขาด้วย ได้ส่วนแบ่งมาเท่าไรกันเชียว”
ฟางเฉียงนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยในลานบ้าน พิงกำแพง สูบบุหรี่ติด ๆ กันจนริมฝีปากแห้งผากก็ยังไม่หยุด
เขาอยากตะโกนออกไปดัง ๆ ว่า ฟางเวยให้ค่าแรงเขาสูงกว่าที่ได้ในเมือง แถมยังให้ทำแต่งานเบา ๆ ทั้งนั้น!
แต่เขารู้ว่าแม่ยายคนนี้ไม่มีทางฟัง อีกฝ่ายแค่อยากขนของมีค่าจากบ้านเขากลับไปเท่านั้น!
หม่าจวีบ่นอยู่ในครัวจนฟ้ามืด
โจวลี่นอนหลับตาพักอยู่บนเตียง ฟังแม่จงใจทำถ้วยชามกระแทกกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ทั้งโยนทั้งด่าด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินแต่ไม่ถึงกับตะโกน
“แต่งงานกับผู้ชายไม่ได้เรื่อง ชีวิตถึงได้สู้คนอื่นเขาไม่ได้”
