หลังจากเรื่องวุ่นวายทางฝั่งหมู่บ้านต้าป้าจบลง ก็ไม่มีเรื่องอะไรต่ออีก
หม่าจวีอยู่บ้านคอยดูแลลูกชายสุดที่รักของตัวเอง ตลอดครึ่งเดือนกว่าก็ไม่ได้ไปเหยียบประตูบ้านฟางเฉียงอีกเลย
บ้านฟางเฉียงจึงกลับมาเงียบสงบ
ตลอดครึ่งเดือนนี้ ฟางเวยก็ไม่ได้อยู่เฉย
เขาขายเทียนหมาออกไปอีกล็อต รวมทั้งหมดห้าสิบชั่ง ได้เงินมาสามพันห้าร้อยหยวน รวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ก่อนหน้า ในมือเขาก็มีเงินเหลือเฟือขึ้นมาทันตา
เทียนหมาจากป่าไม้เก่าขายออกไปแล้วทั้งหมดเก้าสิบชั่ง ที่เหลือกะคร่าว ๆ ก็น่าจะยังมีอีกราวสองร้อยชั่ง
ฟางเวยไม่รีบร้อนขาย ตอนนี้มีเงินอยู่ในมือแล้ว เรื่องที่เขาคิดไว้ในใจมานานก็กล้าลงมือทำเสียที
เย็นวันหนึ่งหลังจากกินข้าวเสร็จ พอลูกสาวทุกคนกลับเข้าห้องไปหมดแล้ว เขาก็นั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาไฟ เติมฟืนเข้าไปท่อนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เมียจ๋า”
อู๋เส้าหลี่กำลังเก็บชามตะเกียบ พอได้ยินก็เหลือบมองเขา “หืม?”
“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”
ฟางเวยบอกแผนของตัวเองตรง ๆ “ผมตั้งใจจะเปิดร้านที่ตัวอำเภอ”
มือของอู๋เส้าหลี่ชะงักไป เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจ “เปิดร้านเหรอ? ร้านอะไรล่ะ?”
“ร้านเสื้อสำเร็จรูป”
ฟางเวยยกมือขึ้นทำท่าประกอบบนเข่า “ก็ร้านขายเสื้อผ้านั่นแหละ คุณเย็บเสื้อคลุมตัวเล็ก ๆ อยู่บ้านทุกวัน ฝีมือแบบนี้เก็บไว้ใช้แค่ในหมู่บ้านก็เสียดายแย่”
ตั้งแต่มีความคิดนี้ขึ้นมา เขาก็เริ่มสังเกตงานฝีมือของภรรยาอย่างละเอียด เสื้อคลุมตัวเล็ก ๆ ที่ชุนหยางกับพวกน้อง ๆ ใส่กันนั้นเย็บได้ประณีตมาก เอาออกไปขายก็ไม่มีปัญหา
