“ต้าเว่ย นายคิดยังไงกันแน่”
ฟางเฉียงคีบบุหรี่ออกจากปาก หันกลับมามองฟางเวย
“แด๊กเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของนาย เรื่องเลว ๆ ที่นายเคยทำไว้ เขาตบนายไปทีหนึ่ง เรื่องนี้ก็ถือว่าหายกันแล้ว”
“ถึงพี่สะใภ้จะโกรธ อย่างไรก็คงไม่ถึงกับขัดขวางไม่ให้เขาช่วยพี่น้องแท้ ๆ ของตัวเองหรอก”
“พี่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าผมอายจนไม่กล้าไปขอโทษนะ”
ฟางเวยถอนหายใจ น้ำเสียงขมขื่นเล็กน้อย “ผมแค่...กลัวพี่สะใภ้ พี่ก็รู้ว่าเธออารมณ์ร้อนขนาดไหน ถึงตอนนั้นพี่สองคงพลอยโดนเล่นงานไปด้วย”
“ต้าเว่ย ฉันมีเรื่องจะบอก”
พอฟางเฉียงได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นมาทันที “พ่อของพี่สะใภ้ หรือก็คือพ่อเขยของแด๊ก เมื่อไม่กี่วันก่อนจู่ ๆ ก็ป่วยหนัก”
ฟางเวยชะงักฝีเท้า
ฟางเฉียงพูดต่อ “ได้ยินว่าเป็นความดันโลหิตสูง อยู่ ๆ ก็หมดสติไป ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในอำเภอ”
ความดันโลหิตสูงเหรอ
ฟางเวยหรี่ตาลงทันที
เห็นฟางเวยไม่พูดอะไร ฟางเฉียงนึกว่าเขากำลังลังเล จึงเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน “ต้าเว่ย ลองคิดดูนะ ถ้านายไปซื้อยาดี ๆ ที่อำเภอตอนนี้ แล้วซื้อของบำรุงที่ดูดีสักสองสามอย่างไปเยี่ยมคนแก่...”
“เขาว่ากันว่าคนยิ้มให้ ต่อให้ยื่นมือไปก็ไม่มีใครตบหรอก”
ฟางเฉียงลูบก้านกล้องยาสูบ พูดอย่างจริงจัง “นายหิ้วของไปเยี่ยมพ่อเขยของพี่ แล้วแสดงความจริงใจให้มากหน่อย”
“ต่อหน้าพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียง ต่อให้พี่สะใภ้ยังโกรธนายอยู่ ก็ไม่สะดวกใจจะไล่นายออกจากบ้านหรอก”
