คาบสุดท้ายของเช้าวันอังคารคือวิชาพลศึกษา
นักเรียนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแยกย้ายกันไปหาสนามฝึกตามอิสระ ส่วนนักเรียนที่เหลือฝึกเหวี่ยงไม้ตามจางโหลวอวี่
“แปะ!”
ลูกแบดตกในเขตสนาม เย่โจวหงได้แต้มหนึ่ง
เขายกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ส่วนโจวจื้อยวีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก้มลงเก็บลูกแบดมินตันซึ่งกลิ้งมาถึงข้างเท้า
เธอถอดเสื้อคลุมชุดนักเรียนออก แล้วพาดไว้บนราวข้างตาข่ายตามสบาย เหลือเพียงเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวของชุดนักเรียนที่สวมอยู่ข้างใน
ชุดนักเรียนออกแบบมาได้ดีมาก คอเสื้อค่อนข้างลึกจนมองเห็นกระดูกไหปลาร้าอันงดงามของเธอ...
แค่กะแค่ก ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?!
“รับลูก”
โจวจื้อยวีเสิร์ฟลูกด้วยหลังมือ ลูกลอยต่ำเฉียดตาข่ายมา
เย่โจวหงรีบเบนสายตาไปที่ลูกแบดมินันทันที
เขายื่นมือช้อนลูกขึ้น แล้วตีไปยังแดนหลังของอีกฝ่าย
เล่นกันไปหลายรอบ หน้าผากของทั้งคู่ก็เริ่มมีเหงื่อซึมบาง ๆ
โจวจื้อยวีหยุดพัก ใช้หลังมือเช็ดข้างขมับ แล้วพูดกับเขาข้ามตาข่าย
“อะไรนะ?”
ในโรงยิมมีเสียงรบกวนมาก เย่โจวหงเลยฟังไม่ชัด
โจวจื้อยวีเดินเข้ามาใกล้สองก้าว แล้วขึ้นเสียงอีกนิด
“ฉันบอกว่า เรื่องกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ ฉันถามอาจารย์เสิ่นแล้ว เขาจะส่งที่อยู่ฐานเรียนรู้การเกษตรมาให้เรา พอสอบรอบคัดเลือกแรกเสร็จ เราก็นั่งรถไปเองได้”
“อ๋อ... ได้”
โจวจื้อยวีมองสีหน้าเขาแล้วจงใจถามว่า
“นายไม่อยากไปเหรอ?”
“อยากไป” คราวนี้เย่โจวหงตอบค่อนข้างเร็ว
โจวจื้อยวีพยักหน้า แล้วยกมือส่งสัญญาณให้เขาเสิร์ฟต่อ
“โอเค”
เย่โจวหงเสิร์ฟลูกด้วยหน้ามือ แต่ในหัวเริ่มวางแผนเรื่องอื่นไปแล้ว
ปัญหาเรื่องการแข่งขันโอลิมปิกชนกับกิจกรรมศึกษานอกสถานที่แก้ได้แล้ว เรื่องที่อยู่ก็เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้อุปสรรคเดียวที่เหลืออยู่ก็คือค่าสมัครสองร้อยหยวน
