เครื่องบินทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ บินฝ่าเมฆไปอย่างราบรื่น มุ่งหน้าสู่เมืองฉู่ถิง
นอกหน้าต่างมีเมฆก้อนใหญ่เรียงรายเหมือนปุยนุ่น เสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งต่ำ ๆ ต่อเนื่อง ฟังไปนาน ๆ กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ถ้าถามว่ากิจกรรมฆ่าเวลายอดฮิตที่สุดบนเครื่องบินคืออะไร การเปิดดูอัลบั้มรูปต้องติดอันดับแน่นอน
โดยเฉพาะเที่ยวบินขากลับหลังจบทริป การเปิดดูรูปที่ถ่ายไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน มักทำให้รู้สึกเหมือนการเดินทางยังไม่สิ้นสุด
แต่คราวนี้โชคของเย่โจวหงไม่ดีเท่าตอนขามา
ที่นั่งของเขาถูกขนาบอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายติดหน้าต่างคือโจวจื้อยวี ส่วนด้านขวาคือโจวเสวียนเทียนที่กำลังหมกมุ่นกับการ์ตูน
เย่โจวหงอดไม่ได้ แอบเหลือบมองไปทางซ้าย
หญิงสาวหันตัวมาทางเขาครึ่งหนึ่ง บังหน้าจอโทรศัพท์ไว้มิดชิด
เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะแอบดู แต่ท่าทีป้องกันเสียแน่นหนาของเธอกลับยิ่งทำให้คนมองรู้สึกคันยุบยิบในใจ
“มองอะไรน่ะ”
เขาถามเสียงเบา
“กลัวมีคนแอบดู”
“ใครแอบดู?”
โจวจื้อยวีเงยหน้าขึ้น มองเขาเงียบ ๆ แวบหนึ่ง
เอ่อ...
เอาละสิ คราวนี้เหมือนร้อนตัวไปเอง เมื่อกี้เขาก็คิดจะแอบดูจริง ๆ นั่นแหละ...
เย่โจวหงเก้อเขินจนต้องลูบจมูก เลียนแบบท่าทางของเธอ หันตัวไปครึ่งหนึ่งแล้วบังหน้าจอของตัวเองไว้เหมือนกัน
การไปทำกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ที่แถบคันไซครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดอันดับสองในชีวิตเขาได้อย่างแน่นอน
แล้วอันดับหนึ่งล่ะคืออะไร?
ไม่ต้องสงสัยเลย คือชีวิตหกปีในโรงเรียนประถมที่ไร้กังวลนั่นเอง
ตอนนั้นเขากับ “เพื่อนเสี่ยวยวี่” ยังเป็นเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่อง หลังเลิกเรียนก็จะไปนั่งยอง ๆ ดูมดย้ายบ้านใต้ตึกในหมู่บ้าน บางครั้งก็เอาสวิงเล็ก ๆ ไปช้อนลูกอ๊อดในสระ
ไม่จำเป็นต้องมานั่งกังวลเรื่องน่าปวดหัวอย่างห้องบุกเบิกนวัตกรรมหรือการส่งเรียนต่อโดยไม่ต้องสอบเข้าเลยสักนิด
แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์จะดีขึ้นแล้ว แต่ความรักที่แอบซ่อนไว้พร้อมกับความรู้สึกด้อยค่าของเขา ก็ยังทำให้ทำตัวเปิดเผยเหมือนตอนเด็กไม่ได้
เย่โจวหงดึงความคิดกลับมา แล้วแตะเปิดอัลบั้มรูปของตัวเอง
กิจกรรมศึกษานอกสถานที่เจ็ดวัน ทำไมถึงจบลงในพริบตาเดียวกันนะ?!
