ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว นักเรียนแต่ละกลุ่มทยอยกลับมาที่สวนอเมริกา
หลินเหย่กวาดตามองเหล่า “ลูกเจี๊ยบตัวน้อย” ที่กำลังวุ่นวายมือไม้พันกัน แล้วก็พอเดาเรื่องราวได้คร่าว ๆ
“ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ภาษาไม่ได้มีไว้แค่เลือกคำตอบ ABCD ในกระดาษข้อสอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้”
“ฟัง พูด อ่าน เขียน การเรียนภาษาก็คือต้องฟังให้มาก พูดให้มาก พูดผิดก็ไม่เป็นไร ฝึกฝนบ่อย ๆ ถึงจะพัฒนาขึ้นได้”
เย่โจวหงค่อย ๆ ลดมือลง แล้วลูบโปสต์การ์ดสองใบในกระเป๋า
อาจารย์หลินพูดถูกแล้ว ภาษามีไว้สื่อสาร ภาษาที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ต่างหากถึงจะเป็นภาษาที่ดี…
พอทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว หลินเหย่ก็พาขึ้นรถมินิบัสที่จองไว้ล่วงหน้า
เย่โจวหงต่อแถวไปพลาง วางแผนในใจไปพลางว่า
เดี๋ยวจะขยับตัวอย่างไรให้ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แล้วไปนั่งข้างโจวจื้อยวีโดยไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น
แต่หลินเหย่ที่ยืนอยู่ตรงประตูรถกลับทำลายจินตนาการของเขาจนพังไม่เป็นท่า
“ผู้ชายต่อแถวหนึ่ง ผู้หญิงต่อแถวหนึ่ง เข้าไปนั่งด้านใน อย่าแย่งที่นั่งกัน”
โจวจื้อยวีเดินผ่านเขาไป พลางเขย่าถุงกระดาษใส่พุดดิ้งในมือเบา ๆ ราวกับเตือนว่า “อย่าลืมตัดวิดีโอนะ”
รับทราบ!
เย่โจวหงพยักหน้ารับ
เขาขึ้นรถไปตามแถวผู้ชาย แล้วบังเอิญได้นั่งแถวหลังกับโจวเสวียนเทียนจากห้อง 1
โจวจื้อยวีนั่งอยู่แถวหน้าห่างออกไปหลายแถว เขามองเห็นเพียงปลายหางม้าของเธอเลือนราง
ช่างมันเถอะ…
เย่โจวหงถอนหายใจ แล้วก้มหน้าเปิดอัลบั้มรูปในโทรศัพท์ เตรียมเอาวิดีโอสองช่วงจากภารกิจซื้อของเมื่อครู่นี้มาต่อกัน
คลิปที่ถ่ายรอบสองดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่บทสนทนาไม่พัง มุมกล้องยังถ่ายให้เขาดูหล่อมากด้วย (…)
แต่พอเขากดเปิดคลิปที่ตัวเองถ่าย…
ถ่ายได้สวยจริง ๆ ทั้งจอมีแต่ด้านข้างของสาวสวยที่ชวนให้ใจละลาย
โชคดีที่เสียงบันทึกไว้ไม่มีปัญหา
เขาตัดภาพสินค้าที่พอใช้ได้จากวิดีโอออกมา เปิดเล่นช้า ๆ แล้วใส่เสียงของโจวจื้อยวีลงไป ในที่สุดก็ปะติดปะต่อเป็นงานส่งที่ดูปกติได้
