ประตูห้องเรียนถูกผลักเปิด กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลิลลี่แห่งหุบเขาลอยเข้ามา
โจวจื้อยวีกลับมาจากห้องทำงานอาจารย์แล้ว
บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แววตาเย็นชาดังเช่นทุกครั้ง
เด็กสาวกลุ่มที่กำลังซุบซิบกันอยู่เงียบกริบลงในทันที รีบก้มหน้าทำทีเป็นอ่านหนังสือ
เฉินฮ่าวเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นทันที
เขาเดินไปข้างโต๊ะของโจวจื้อยวี เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า “จื้อยวี อาจารย์เชินไม่ได้ว่าอะไรเธอใช่ไหม? อย่าเก็บคำพูดไร้สาระในห้องมาใส่ใจเลย”
เขาถอนหายใจ สีหน้าราวกับเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
“บางคนก็เป็นแบบนี้แหละ ตัวเองไม่พยายาม ยังชอบลากคนอื่นให้ตกต่ำไปด้วยกัน”
โจวจื้อยวีขี้เกียจจะสนใจเขา
เธอเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง เปิดสมุดสะสมข้อผิดพลาด ก่อนก้มหน้าคัดโจทย์ลงไป
รอยยิ้มของเฉินฮ่าวค้างอยู่บนใบหน้า เขาตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วน จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี
เขายืนเก้ออยู่ตรงนั้นสองวินาที ก่อนหันกลับไปที่นั่งของตัวเองอย่างแนบเนียน ถอดแว่นกรอบทองออก แล้วค่อย ๆ ใช้ชายเสื้อเช็ดเลนส์
……
ทันทีที่เสียงกริ่งเลิกเรียนภาคบ่ายดังขึ้น เจียงยวี่ก็พุ่งไปหาเย่โจวหง
“ไป ๆ! ร้านไก่ทอดเกาหลีเปิดใหม่หน้าประตูโรงเรียน วันนี้ลดครึ่งราคา!”
เย่โจวหงส่ายหน้า
“พวกนายไปกันเถอะ ฉันเหนื่อยนิดหน่อย อยากกลับบ้านก่อน”
เจียงยวี่อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร ก่อนหันไปมองสวีชิงเหยียน
สวีชิงเหยียนส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ
—อย่าไปฝืนเขา
สุดสัปดาห์นั้น เย่โจวหงขังตัวเองอยู่ในห้อง
นอกจากออกมาทำงานบ้านกับทำอาหารแล้ว เขาแทบไม่พูดอะไรเลย
วันเสาร์แม่ไปเยี่ยมบ้านพี่สาว ส่วนเย่จือหานออกไปเที่ยวกับเพื่อน ที่บ้านจึงเงียบสงบหาได้ยาก
เขาคลี่กระดาษข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ออก แล้วจ้องโจทย์ใหญ่ข้อแรกอยู่นานสิบนาที
ไม่มีความอยากจะจรดปากกาเลยแม้แต่น้อย……
-“ตอนนี้นายอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของระดับชั้นปี?”
-“หกสิบสาม”
-“โจวจื้อยวีอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของระดับชั้นปี?”
-“สิบแปด”
อันดับห่างกันสี่สิบห้าอันดับ
