เย่โจวหงนึกถึงตอนคุยกันทางไวแชตครั้งก่อน เพื่อปกปิดเรื่องที่ตัวเองออกไปแจกใบปลิว เขาเลยพูดส่ง ๆ ไปว่า “อยู่บ้านทำแผนเที่ยว”
ความจริงแล้ว…เขาเคยทำแผนเที่ยวอะไรที่ไหนกัน!
บ้านเขามีฐานะอยู่ในระดับพอกินพอใช้มาตลอด แต่ตั้งแต่คุณปู่เป็นอัมพาตเมื่อหลายปีก่อน เงินเก็บของครอบครัวก็แทบถูกค่ารักษาพยาบาลอันมหาศาลสูบจนหมด
แม้แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ฟรีครั้งนี้ ก็ยังทำให้เขาปวดใจอยู่เป็นระยะ
เมื่อเทียบกับบ้านของโจวจื้อยวีที่อยู่ในฉีหยุนฟู่แล้ว ลึก ๆ ในใจเขารู้สึกด้อยกว่าอีกฝ่ายมาตลอด
เพียงแต่ปกติพวกเขาสวมชุดนักเรียนเหมือนกัน นั่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน ช่องว่างระหว่างฐานะทางบ้านจึงไม่เด่นชัดนัก
ต่อให้วันหนึ่งปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง เขาได้คบกับโจวจื้อยวี พ่อแม่ของเธอก็คงมองเขาเป็น “คางคกจน ๆ ที่คิดกินเนื้อหงส์” อยู่ดี
แต่ตอนนี้ นอกจากทำโจทย์แล้วเขาก็ไม่เป็นอะไรเลย งานพิเศษก็ทำได้แค่แจกใบปลิว หาเงินเหนื่อย ๆ วันละแปดสิบหยวน…
จู่ ๆ เรื่องที่ซูชิงเยวี่ยเคยวาดเขาเป็นตัวเอกในการ์ตูนก็ผุดขึ้นมาในหัว
มันจุดประกายความคิดแปลก ๆ ให้เขา ถ้า…เอาความรักข้างเดียวครั้งนี้มาเขียนเป็นนิยายล่ะ?
เขียนเรื่องของเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ที่แอบชอบคนที่เคยมอบแสงสว่างให้เขามาเนิ่นนาน
เขียนถึงความอิจฉาที่ไม่กล้าพูดออกมา การไล่ตามอย่างสุดชีวิต และช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่กลับทำให้เขาจดจำไปอีกนาน
“ถ้าฉันเขียนนิยายออนไลน์ จะพอเก็บเงินได้บ้างไหมนะ?”
เย่โจวหงคิดเล่น ๆ ในใจ ท่ามกลางความขมขื่น
แต่เขาก็รีบส่ายหน้า สลัดความคิดที่ไม่สมจริงนี้ทิ้งไป
เรื่องแบบนี้จะมีใครกดเข้ามาอ่านกันล่ะ!
อีกอย่าง มะรืนตอนกลางคืนก็ต้องกลับโรงเรียนแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาต้องรีบทำแผนเที่ยวสองวันให้เสร็จ!
ยังไงก็ต้องทำให้ดูเหมือนมีแผนต่อหน้าเธอบ้าง จะปล่อยให้เธอจับได้จริง ๆ ไม่ได้
“เว็บวิดีโอจิ๋ว แอปโซเชียลยอดนิยม คืนนี้ต้องพึ่งพวกแกแล้ว!”
พอกลับถึงบ้านตอนกลางคืน เย่โจวหงก็เปิดโทรศัพท์อย่างจริงจัง เตรียมงัดความมุ่งมั่นแบบตอนเตรียมสอบการแข่งขันโอลิมปิกออกมา วางแผนเที่ยวแถบคันไซให้สมบูรณ์แบบ
