สีหน้าของคนเหล่านั้นคล้ำลงกันหมด
ให้ตายสิ ยังมียางอายอยู่ไหม?
เต็มใจก็พยักหน้า ไม่เต็มใจก็ซ้อมจนกว่าจะพยักหน้า แบบนี้ยังเรียกว่าสมัครใจทั้งสองฝ่ายที่ไหนกัน???
“พวกคุณไม่พูด งั้นฉันถือว่าตกลงแล้วนะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เฟยยิ่งสดใสขึ้น จากนั้นเธอก็หันไปมองซูเหวินเฉาแล้วถามว่า “แล้วนายล่ะ เมื่อกี้อยากพูดอะไร?”
“ผม...”
ซูเหวินเฉาหน้าซีดเผือด รู้สึกหนังศีรษะชาวาบ เขาสบตาหลี่เฟยแวบหนึ่ง ก่อนก้มมองชายที่หมดสติอยู่แล้วส่ายหน้า “มะ...ไม่มีอะไรครับ”
วันนี้ซูเหวินเฉาถูกซ้อมไปหลายรอบแล้ว ตอนนี้เขาไม่อยากโดนอีกรอบจริง ๆ
“งั้นเหรอ?”
หลี่เฟยยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันนึกว่านายอยากด่าฉันเสียอีก”
ยังยิ้มอีก???
ยังจะยิ้มอีก!
ลูกกระเดือกของซูเหวินเฉาขยับขึ้นลง แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เขามองออกแล้วว่า หญิงงามที่ชื่อหลี่เฟยตรงหน้า แม้ยามยิ้มจะงามราวกับดอกไม้ แต่จิตใจเหี้ยมโหด เป็นกุหลาบมีหนาม ชัด ๆ ว่าเป็นยมทูตหน้าหยก!
