จู้หร่วนหลานราวกับผีเสื้อที่กำลังโบยบินร่ายรำ หลี่สวินเหวยพาเธอเต้นอย่างเพลิดเพลินอยู่กลางฟลอร์
ร่างของเธอพลิ้วไหว ท่วงท่าเต้นคล่องแคล่วเปี่ยมพลัง ยิ่งเมื่อชายหนุ่มหล่อเหลาเคียงคู่หญิงงาม สายตาทุกคู่ในงานก็พลันจับจ้องมาที่ทั้งสอง
เซี่ยงฉินเองก็กำลังชมการเต้นอยู่ด้านล่าง ข้างกายมีเซี่ยงเฮ่อยืนอยู่ เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า “นี่แหละผลของการไม่กระตือรือร้น เห็นหรือยัง คนสวยย่อมมีแต่คนหมายปอง ฉันกลัวก็แต่ว่าบางคนมัวแต่ไม่ทำอะไร สุดท้ายสาวงามก็จะกลายเป็นของบ้านอื่น! ดูสายตาคนพวกนั้นสิ อย่างกับจะกินคนเข้าไปทั้งอย่างนั้น แถมหลี่สวินเหวยคนนั้นอีก ฉันเพิ่งเคยเห็นเขายิ้มหน้าบานขนาดนั้นเป็นครั้งแรกเลยนะ! จุ๊ ๆ พี่ชายเอ๋ย…”
เซี่ยงเฮ่อยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเซี่ยงฉิน
เขาราวกับเสือดุที่ออกตรวจอาณาเขต ก้าวเข้าไปในฟลอร์เต้นรำ ดวงตาจับจ้องเงาร่างที่กำลังร่ายรำอยู่ไกล ๆ อย่างไม่วางตา
แววตาคมกริบประหนึ่งมีคมกระบี่เย็นเยียบแฝงอยู่ ให้ความรู้สึกเฉียบคมขึ้นมา
เขาหาจังหวะเหมาะ ๆ ตอนจู้หร่วนหลานกำลังหมุนตัว แล้วออกแรงคว้าเอวเธอไว้ ข้อมือกระชับแน่น พลางก้าวไปข้างหน้าหมุนวนอยู่สองสามรอบ ก่อนจะชิงตัวจู้หร่วนหลานจากมือหลี่สวินเหวยได้สำเร็จ
หลี่สวินเหวยมองมือตัวเองที่ว่างเปล่าแล้วยังยืนงงอยู่
เดี๋ยวนะ เขาไม่ได้เต้นรำกับคุณหนูจู้มาตลอดหรอกหรือ? เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าคุณหนูจู้ถูกพาไปแล้ว?
