เปิดชั้นที่สองของป้ายชิงอวิ๋นงั้นหรือ?
ความคิดนี้ดุจประกายไฟลามทุ่ง จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของเขาขึ้นในชั่วพริบตา
หลินจิ้นเหลือบมองเว่ยหยางที่อยู่ข้างกายอย่างแนบเนียน เมื่อเห็นทุกคนต่างระแวดระวังผู้ไล่ล่าด้านหลัง ไม่มีใครสนใจการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของเขา จึงดำดิ่งจิตลงไปในอกทันที ปลายนิ้วลอบแตะป้ายชิงอวิ๋น แล้วส่งญาณอันอ่อนจางสายหนึ่งเข้าไป
หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจ…
ป้ายชิงอวิ๋นไม่มีปฏิกิริยา ยังคงเป็นป้ายโบราณเรียบง่ายไร้ลวดลาย มีเพียงลายเมฆสีทองเส้นหนึ่งไหลเวียนอยู่บนผิวอย่างเงียบงัน
“ดูท่ายังไม่ได้” หลินจิ้นถอนใจแผ่วเบา กำลังจะเก็บญาณกลับและล้มเลิกความคิดนี้
ในยามนั้นเอง—
หึ่ง!
ป้ายชิงอวิ๋นสั่นสะเทือนแผ่วเบาขึ้นมาฉับพลัน จากนั้นลายเมฆสีทองบนป้ายก็สว่างวาบ ลายสีทองเส้นใหม่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นข้างลายเมฆคุ้นตา ราวกับมีชีวิต บิดโค้งวนเวียน ก่อนจะสานประสานกับลายเมฆเส้นแรกเป็นลวดลายแปลกตา!
จิตของหลินจิ้นประหนึ่งถูกพลังไร้รูปร่างฉุดกระชาก พลันร่วงลงสู่มหาสมุทรแห่งจิตอันไร้ขอบเขต ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว!
ภาพเบื้องหน้าพลิกเปลี่ยนฉับพลัน มิใช่ซากไม้และหินประหลาดบนที่ราบดาวปั่นป่วนอีกต่อไป หากกลายเป็นทะเลเมฆพร่าเลือน กลางทะเลเมฆมีภาพเงาป้ายชิงอวิ๋นขนาดมหึมาลอยอยู่ ลายเมฆสีทองสองเส้นบนป้ายนั้นไหลเวียน เปล่งกลิ่นอายแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่
“นี่คือ…ชั้นที่สองของป้ายชิงอวิ๋น!” หลินจิ้นดีใจสุดขีดจนยากจะข่มกลั้น
จิตของเขาดิ่งลงสู่เขตมรรคาพร่าเลือนที่ป้ายชิงอวิ๋นก่อขึ้นในชั่วพริบตา เบื้องหน้ามิใช่กระแสข้อมูลอันยุ่งเหยิง หากเป็นศิลาหยกโบราณสามแผ่นที่ลอยอยู่ แต่ละแผ่นสลักลวดลายมรรคาอันลึกลับไว้เต็มพื้นผิว แผ่กลิ่นอายการสืบทอดอันยิ่งใหญ่
ด้านหลังศิลาหยกยังมีบันไดเมฆสามชั้นเรียงสูงขึ้นไปเลือนราง ปลายบันไดแต่ละชั้นมีเงาศิลาหยกพร่าเลือนตั้งอยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นการสืบทอดขั้นสูงขึ้นไป ตั้งแต่ขั้นสร้างฐานช่วงกลาง ช่วงปลาย ไปจนถึงขั้นสมบูรณ์!
ชั้นที่สองของป้ายชิงอวิ๋นนี้ กลับครอบคลุมการสืบทอดทั้งหมดของขั้นสร้างฐาน!
