ปลายสุดของช่องทางมิติ
แสงสีขาวเจิดจ้าสายหนึ่งส่องสว่างอยู่เบื้องหน้า เป็นทิศทางของทางออกจากแดนลับ หลินจิ้นประคองเสิ่นชิงฉือที่อ่อนแรง ฝืนกัดฟันทนพานางผ่านกระแสมิติอันวุ่นวายที่บิดเบี้ยวช่วงสุดท้าย ทันทีที่เท้าก้าวพ้นทางออก
“ฟิ้ว!”
ลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมาจากห้วงสุญญตาอย่างไร้สัญญาณล่วงหน้า ด้วยความเร็วสุดขีดจนทั้งสองไม่มีโอกาสตอบสนอง มันพุ่งตรงเข้าใส่หว่างคิ้วของหลินจิ้น!
“ระวัง!” เสิ่นชิงฉือร้องเตือนยังไม่ทันขาดคำ ลำแสงสีทองก็พุ่งเข้าไปในหว่างคิ้วของหลินจิ้นอย่างแม่นยำ ก่อนจะหายลับไป
ชั่วพริบตาถัดมา คลื่นความผันผวนของมิติอันรุนแรงก็ปะทุขึ้นฉับพลัน!
วงระลอกพลังสีทองแผ่กระจายออกจากหลินจิ้นเป็นศูนย์กลาง บริเวณทางออกที่แต่เดิมมั่นคงพลันปั่นป่วนขึ้นทันที มิติรอบด้านบิดเบี้ยวรุนแรงประหนึ่งระลอกคลื่น เศษหินและกระแสลมคำรามพัดวนอยู่ในกระแสมิติ แทบจะม้วนทั้งสองกลับเข้าไปในช่องทางมิติอีกครั้ง
“ชิงฉือ ถอยไป!” หลินจิ้นรู้สึกถึงความร้อนแผดเผาและความเจ็บแปลบที่หว่างคิ้ว พลังมหาศาลเกินบรรยายสายหนึ่งทะลักเข้าสู่ร่างในพริบตา แล่นพลุ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณ ราวกับจะระเบิดร่างของเขาให้แหลกสลาย เขาฝืนทนความเจ็บปวด ผลักเสิ่นชิงฉือออกไปอย่างแรง ก่อนร่างจะโงนเงนและรีบนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นที่ว่างข้างทางออก มือทั้งสองประสานมุทรา ฝืนโคจรเคล็ดวิถีชิงหมิง พยายามควบคุมพลังที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นนี้
เสิ่นชิงฉือถูกผลักจนเซถอยไปหลายก้าว ครั้นทรงตัวได้ นางก็มองหลินจิ้นที่นั่งขัดสมาธิ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความกังวลยิ่ง ทว่าไม่กล้าเข้าไปรบกวน นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังวิญญาณรอบกายหลินจิ้นเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งใดที่ผ่านมา
ภายในร่างของหลินจิ้น บัดนี้กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
