เมื่อเห็นถ้อยคำของเสิ่นชิงฉือ หลินจิ้นก็อดชูนิ้วโป้งให้นางในใจไม่ได้ ยอดเยี่ยม!
การแสดงครานี้ของแม่นางเสิ่น เขาให้เต็มสิบ!
เฮ้อ ยังดีที่ยามว่างเขาชอบอ่านนิยายอยู่บ้าง ทั้งยังพอมีความรู้เรื่องพิชัยสงครามและกลยุทธ์อยู่เล็กน้อย
เป็นไปตามคาด สีหน้าเจ้าสำราญของว่างเฉินพลันแข็งค้าง แววตาฉายความประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ เขารู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างตระกูลเสิ่นกับราชวงศ์เป่ยโม่จริง ทว่าไม่คิดเลยว่าราชวงศ์เป่ยโม่จะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ถึงกับไล่สังหารคนตระกูลเสิ่นในเขตเมืองศิลาดำ นี่เห็นชัดว่าไม่เห็นตระกูลว่างกับบรรพชนขั้นแก่นทองอยู่ในสายตา!
“ราชวงศ์เป่ยโม่หรือ?” สีหน้าว่างเฉินเคร่งขรึมลง ปราณวิญญาณรอบกายเริ่มไหลเวียน “พวกมันกล้าลงมือกับเจ้าในเมืองศิลาดำเชียวหรือ?”
“หากมิใช่เพราะสถานการณ์คับขัน ข้าจะไม่อยากพบปะกับคุณชายว่างหรือ?” เสิ่นชิงฉือหลุบตา น้ำเสียงเจือความน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งขึ้น “คนของพวกมันอยู่ทุกหนแห่ง พวกเราจนหนทาง จึงคิดจะรีบจากไปเพื่อหลบภัย”
หลินจิ้นนึกขึ้นได้ว่าตนกับว่างเฉินไม่สนิทกัน ทั้งไม่มีสิทธิ์มีเสียง จึงแอบสะกิดแขนลั่วอวิ๋นเจิง อีกฝ่ายพลันเข้าใจ ก้าวขึ้นมาขวางอยู่ข้างกายเสิ่นชิงฉือได้จังหวะพอดี น้ำเสียงเคร่งขรึมแต่แฝงความอดกลั้นอยู่หลายส่วน “พี่ว่าง ผู้บำเพ็ญของราชวงศ์เป่ยโม่ลงมือโหดเหี้ยม พวกเราหลายคนเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาหลายครั้งแล้ว........”
“แม้แต่.......”
“แม้แต่สิ่งใด?” ว่างเฉินขมวดคิ้ว
ลั่วอวิ๋นเจิงถอนใจเบา ๆ “พี่ว่างไม่สังเกตหรือว่าแม่นางซูหว่านไม่อยู่?”
ว่างเฉินเพ่งมอง เออจริงด้วย ซูหว่านที่ปกติอยู่เคียงข้างเสิ่นชิงฉือแทบไม่ห่าง ครานี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา หรือว่า.......
การเข่นฆ่าระหว่างราชวงศ์เป่ยโม่กับตระกูลเสิ่นจะรุนแรงถึงขั้นนี้แล้ว?
