หลังข่าวบริษัทบันเทิงซิงฮั่นเซ็นสัญญากับหลี่ปิงปิงได้สำเร็จ และเหรินเฉวียนประกาศถอนตัวจากวงการเพื่อผันตัวไปลงทุนแพร่สะพัด บริษัทพี่น้องหัวอี้ก็นั่งไม่ติด
เดิมทีหัวอี้อาศัยเส้นสายกลุ่มปักกิ่งคอยสกัดบริษัทบันเทิงซิงฮั่นอยู่ลับ ๆ ตั้งใจจะกำจัดบริษัทน้องใหม่แห่งนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเติบโต แต่กลับไม่เพียงกดอีกฝ่ายไม่สำเร็จ กู้หยานยังฉวยโอกาสดึงบุคลากรคนสำคัญไปต่อหน้าต่อตา ทำให้หัวอี้เสียหน้าอย่างหนัก
ที่ทำให้สองพี่น้องตระกูลหวังคลั่งยิ่งกว่าคือ ช่วงนี้การกระทำของเจียงซิ่นเรียกได้ว่า “ไร้มารยาทสิ้นดี”
หลายวันมานี้ เจียงซิ่นทยอยเข้าพบเหล่าศิลปินแถวหน้าทุกคนในสังกัดหัวอี้ ไม่ว่าจะเป็นเติ้งเชา โจวซวิ่น หรือคนดังระดับแนวหน้าอีกหลายคน ล้วนได้พูดคุยกันหมด
แม้ศิลปินหลายคนจะเกรงใจหัวอี้และกฎเกณฑ์ในวงการ จึงปฏิเสธความร่วมมือต่อหน้ากันอย่างชัดเจน เจียงซิ่นก็ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่การพบปะจบลง เขาจะติดต่อสื่อเอง แล้วปล่อยข่าวประชาสัมพันธ์ทำนอง “บริษัทบันเทิงซิงฮั่นทาบทามศิลปินแถวหน้ารายหนึ่ง” ออกไปทันที ถึงขั้นจัดให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพเก็บหลักฐานโดยเฉพาะ จนเป็นที่รู้กันทั่ว
ช่วงนั้นหนังสือพิมพ์บันเทิงทุกสำนักแทบลงข่าวบริษัทซิงฮั่นเทียบชั้นหัวอี้กันทุกวัน
ภายในห้องทำงานสำนักงานใหญ่หัวอี้ หวังจงจวินมองหนังสือพิมพ์บนโต๊ะด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
พาดหัวข่าวล่าสุดสะดุดตาจนน่าขัดใจเป็นพิเศษ “บริษัทบันเทิงซิงฮั่นลงมืออีกครั้ง แอบทาบทามโจวซวิ่น ตัวแม่แห่งหัวอี้”
หวังจงเหล่ยยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า
“พี่ เจียงซิ่นคนนี้ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”
“โจวซวิ่นปฏิเสธต่อหน้ากันชัด ๆ แถมคนของเราก็อยู่ตรงนั้นเป็นพยาน แต่เขายังกล้าปล่อยข่าวมั่ว นี่มันจงใจสร้างข่าวลือเพื่อเกาะกระแสชัด ๆ!”
หวังจงจวินสูดหายใจลึก ข่มความโกรธในใจเอาไว้
“เขาไม่ได้ตั้งใจดึงคน แต่ตั้งใจสร้างกระแส”
หวังจงจวินเอ่ยเสียงเย็น
“ซิงฮั่นเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน รากฐานในวงการยังห่างชั้นจากเรามาก”
“พวกเขารู้อยู่แล้วว่าดึงคนระดับโจวซวิ่นซึ่งเป็นศิลปินตัวท็อปคนสำคัญไปไม่ได้ แต่ก็ยังจงใจปล่อยข่าวกำกวมพวกนี้ออกมา”
