หลังอาหารกลางวัน ยังเหลือเวลาอีกพักหนึ่งกว่าจะถึงคาบบ่ายของโรงเรียนมัธยมปลาย เฮอจิ่งโจวจึงพาหลินอู่มาพักที่ห้องทำการฝ่ายประสานงานภายนอก
เธอเดินชมรอบห้องด้วยความสงสัยแล้วเดินมานั่งลงบนโซฟา
ชายกระโปรงเลื่อนขึ้นเล็กน้อย เมื่อขาทับกันขบทับกัน ส่วนโค้งนุ่มนวลเล็ก ๆ ก็ล้นออกมา ขาวผ่องอิ่มนุ่ม ตัดกับโซฟาหนังสีดำอย่างเด่นชัด
เฮอจิ่งโจวเบี่ยงสายตาไปอย่างเรียบเฉย หยิบผ้าห่มผืนใหม่ออกมาห่มให้เธอเรียบร้อย
หลินอู่ดื่มชานมหมดแก้วแล้วนอนหลับสักช่วงบนโซฟา
เกือบจะเที่ยงครึ่ง เธอหาวยกวาดตาลืมขึ้นมา
เฮอจิ่งโจวขับรถส่งเธอกลับโรงเรียน เธอนั่งอยู่ที่เบาะหน้า ยังงัวเงียมัวงัวหมุดหม่ออยู่ตรงนั้น เส้นผมขึ้นหยิกเล็กน้อย ดูท่าทางไม่ตื่นเต็มตา
ตอนรถหยุดรอไฟแดง เขาหันข้างหน้ามองเธอแวบหนึ่ง ยิ้มบาง ๆ
“ที่รัก หลับโง่ไปแล้วหรือเปล่า?”
ความคิดของหลินอู่ยังอืดอาด ผ่านไปหลายวินาทีก่อนจะรู้ตัวว่าถูกเรียกด้วยคำนั้น ใบหน้าค่อย ๆ แดงขึ้น
เธอไม่ทันยับยั้งก็ยกมือขึ้นเกาหูที่ร้อนผ่าว น้ำเสียงเบาลงเรื่อย ๆ “...ทำไมคุณยังเรียกฉันแบบนี้อยู่”
“ขอโทษ” เฮอจิ่งโจวตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ นิ้วเรียวยาวจัดเส้นผมที่ยับเยินของเธอให้เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ “ชินไปหน่อย”
น้ำเสียงเอาแต่ใจจนแทบไม่ได้ยินแววความรู้สึกผิดแม้แต่นิด
ค่วันนั้น หลินอู่ถามข้อสอบเสร็จด้วยโทรศัพท์ถือไว้ตัก พิมพ์ข้อความราตรีสวัสดิ์ถึงเขา
ข้อความเพิ่งถูกส่งออกไป หน้าจอก็สว่างขึ้น
