รัตติกาลมืดมิดดั่งน้ำหมึก
ดวงดาราเกลื่อนฟ้าดุจภาพวาด
หลี่เม่ายืนอยู่หน้าประตูจวนที่แขวนป้ายอักษร “จวนหลิว” ดวงตาเลื่อนลอย
ในใจบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร
“เอี๊ยด…”
ประตูจวนเปิดออก ร่างกายซูบผอมผู้หนึ่งปรากฏตรงหน้า
จากรูปหน้ายังพอมองออกว่าเคยเป็นใบหน้าอันงดงามอย่างยิ่ง ทว่าบัดนี้ถูกความยากลำบากกัดกร่อนจนอิดโรยเป็นพิเศษ ซ้ำยังมีรอยเหี่ยวย่นไม่น้อย
“เม่าเอ๋อร์!”
น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยดังมา ใจหลี่เม่าสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
น้ำตาพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว!”
หลี่เม่าเอ่ยวาจา ความอัดอั้นในจิตใจซึ่งเดิมเป็นของร่างนี้พลันมลายหายไปในพริบตาหลังเอ่ยวาจานี้!
“ดีๆๆ กลับมาก็ดีแล้ว…”
“กลับมาก็ดีแล้ว!”
มารดาหลิวเยวี่ยน้ำตานองหน้า แทบจะยืนไม่ไหว มือหนึ่งจับแขนหลี่เม่าไว้แน่น พลางเดินเข้าไปด้านใน “เก็บอาหารไว้ให้เจ้า… รีบเถิด…”
“คงหิวแย่แล้วสินะเม่าเอ๋อร์เจ้า…”
หลี่เม่าประคองหลิวเยวี่ย น้ำตาบนใบหน้าก็ไหลไม่หยุด
แม้ชาติก่อนจะเป็นมือสังหาร ทว่าหลังทะลุมิติมาอยู่ในร่างของวัยรุ่นผู้หนึ่ง ได้รับความทรงจำของเขามา จิตใจก็ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง
เมื่อเผชิญหน้ากับความรักของมารดา ก็ย่อมมีอารมณ์หวั่นไหว
กระทั่งยามวิกาลล่วงเลย หลี่เม่ามองมารดากลับเข้าห้องไปแล้ว จึงค่อยๆ ถอนสายตากลับมาช้าๆ
แล้วหันไปทางทิศของจวนกั๋วจิ้ว
ยามวิกาลมาเยือนแล้ว
คราวนี้ถึงตาพวกเจ้าแล้ว…
……
จวนกั๋วจิ้ว
หลี่เฟิ่งเทียนถูกบ่าวประคอง เดินกะโผลกกะเผลกอยู่ ด้านหลังคือบ่าวที่หามหลี่เซิ่ง
เพิ่งถูกซีฉ่างส่งตัวกลับมา
ก้าวเข้าไปในซีฉ่าง ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์ ก็ต้องถลกหนังออกชั้นหนึ่ง!
เวลานี้ร่างของหลี่เซิ่งไม่มีที่ใดดีสักแห่ง เลือดสีแดงฉานย้อมเสื้อแพรจนชุ่ม หยดลงตลอดทาง
ผิวหน้าหดย่นแน่น ทั้งร่างสั่นเทา ริมฝีปากดำคล้ำ หลับตาสนิท
แม้ยังอยู่ในอาการสลบไสล แต่สีหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว
“เซิ่งเอ๋อร์…”
“เซิ่งเอ๋อร์ของข้า!”
“เหตุใดเซิ่งเอ๋อร์จึงถูกทรกรรมเป็นเช่นนี้!”
สตรีวัยกลางคนผู้งดงามนางหนึ่งสวมอาภรณ์แพร ตัวห้อยเต็มไปด้วยเครื่องประดับทอง พุ่งตัวออกมา
เมื่อเห็นสภาพของหลี่เซิ่งเช่นนี้ หน้าตานางก็เบี้ยวเบ้เข้าหากันทันที ลมหายใจเริ่มหนักหน่วง
แล้วแผดเสียงใส่หลี่เฟิ่งเทียน “เซิ่งเอ๋อร์ไม่ได้ไปคุกกรมอาญาเพื่อดูเจ้าตัวเล็กนั่นหรือ?”
“ใช่ฝีมือเจ้าเด็กนั่นหรือไม่?”
“เซิ่งเอ๋อร์ของข้า…”
“ลูกเจ้าถูกทำร้ายปางนี้ เจ้ากลับไม่สนใจ?”
“เจ้าไม่มักไปหอนางโลมกับรองขุนนางกรมอาญาหรอกหรือ รีบไปหาเขา ฆ่าเจ้าตัวเล็กนั่นซะ!”
หลี่เฟิ่งเทียนที่กำลังจิตใจว้าวุ่นอยู่แล้ว ใบหน้าก็ดำทะมึนเต็มที่ “หุบปาก!”
สตรีงามที่กำลังกรีดร้องพลันร่างสั่นสะท้าน พึ่งเห็นขาหลี่เฟิ่งเทียนที่แทบจะยืนไม่อยู่
“ท่านพ่อ ขาท่านนี่มัน…”
“หุบปาก!” หลี่เฟิ่งเที่ยนถลึงตามองสตรีงามอย่างดุดัน กัดฟัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้ากับเซิ่งเอ๋อร์ปิดบังข้าทำอะไรกันแน่?”
“หลี่เม่าถูกจับเข้าคุกกรมอาญาได้อย่างไรกัน?”
เขารู้ว่าหลี่เซิ่งถูกคุมตัวเข้าซีฉ่างเมื่อใด ก็รู้ว่าไม่ดีแล้ว
ซีฉ่างขึ้นตรงต่อฝ่าบาท หากไร้รับสั่งฝ่าบาท ย่อมไม่แตะต้องเชื้อพระวงศ์เด็ดขาด!
แต่เดิมเขาคิดจะเข้าวังไปขอเข้าเฝ้าฮองเฮา ทว่าพอถึงหน้าพระราชวังก็ถูกขวางไว้ หลิวจง ผู้บัญชาการซีฉ่าง เก้าเชียนส่วย ถ่ายทอดราชโองการด้วยตนเอง ให้เขาคุกเข่าอยู่หน้าประตูพระราชวังหนึ่งวัน!
ทั้งวันเขาคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเกิดสิ่งใด
กระทั่งหลี่เซิ่งถูกคนของซีฉ่างส่งกลับมา เขายัดธนบัตรเงินหลายพันตำลึงไป จึงได้คำพูดหนึ่งมา
“หากกั๋วจิ้วดูแลภรรยาและบุตรไม่ดี ยังทำเรื่องญาติมิตรทำร้ายกันอีก ทำให้ชื่อเสียงเชื้อพระวงศ์ด่างพร้อย เกรงว่าซีฉ่างนี้ คงต้องเข้ามาบ่อยๆ”
หลี่เฟิ่งเทียนเคยเป็นไพร่เกเร ทว่าสุดท้ายก็ได้เป็นกั๋วจิ้ว
บัดนี้เขาถึงเทียบพวกจิ้งจอกเฒ่าไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ผ่านโลกมามาก มีความคิดอยู่บ้าง
หลี่เม่าถูกจับเข้าคุกกรมอาญาหยกๆ หลี่เซิ่งก็ถูกซีฉ่างพาตัวไปทรมานเป็นเช่นนี้ มารดาหลิวเยวี่ยของหลี่เม่าก็ถูกพาตัวไปด้วย ส่วนตัวเขาที่เป็นกั๋วจิ้วก็ถูกลงโทษให้คุกเข่าหน้าประตูพระราชวังหนึ่งวัน
ใช้แค่ก้นคิด ก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับฮูหยินของตน!
ใบหน้าสตรีงามเกร็งแข็งทันที ดวงตางามสั่นไหว สะบัดศีรษะอย่างลนลาน เอ่ยปาก “ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้?”
“เซิ่งเอ๋อร์เป็นปางนี้แล้ว…”
“ข้าเป็นเพียงสตรี จะ…”
“ไม่ได้ทำอะไร? เหตุใดหลี่เม่าจึงต้องติดคุก? แล้วซีฉ่างก็มารับตัวหลิวเยวี่ยไป?” หลี่เฟิ่งเทียนกัดฟัน เนื้อส่วนเกินบนใบหน้าอันอ้วนพีนั้นสั่นระริก “เจ้ากำลังปิดบังอะไร?”
สีหน้าสตรีงามแข็งค้าง ดวงตาลอยไปมา กลับได้สติอย่างรวดเร็ว ก็พุ่งตัวลุกขึ้น ชี้หน้าหลี่เฟิ่งเทียนด่าทอด้วยความโกรธ “ดีนักนะ เจ้าของไร้ยางอาย!”
“ที่แท้ก็ไปสานสัมพันธ์กับหลิวเยวี่ย สาวใช้ชั่วนั่นอีกแล้ว!”
“นางมาหาเจ้ารึ เจ้าถึงได้ทำเพื่อสาวใช้ชั่วนั่นกับเจ้าตัวเล็กนั่น ทำร้ายเซิ่งเอ๋อร์ถึงเพียงนี้!”
“ไร้ฟ้าดินสิ้นดี!”
“เจ้า… เจ้าหญิงชั่ว!” หลี่เฟิ่งเทียนกัดฟัน แต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้
คิดจะเอ่ยสิ่งใดอีก ทว่าด้านหลังกลับมีเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังมา
“ท่านพ่อ ฮูหยิน คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว!”
บ่าวรอบๆ ชะงักเล็กน้อย สีหน้าค่อนข้างพิกล
คุณชายใหญ่…
คำเรียกนี้ในจวนกั๋วจิ้วต่ำต้อยที่สุด
ซ้ำยังต่ำต้อยกว่าบ่าวอย่างพวกเขาเสียอีก!
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าในจวนเกิดเรื่องใด กระทั่งสุนัขหายไปตัวหนึ่ง คุณชายใหญ่ก็จะต้องถูกลงโทษอย่างหนักหน่วง
คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ปานนี้ คุณชายใหญ่กลับกล้ากลับมาเอง
สตรีงามยิ่งตะลึงงัน มองตรงไปยังประตูใหญ่ที่ไม่ไกล เห็นร่างอ่อนเยาว์ซูบผอมนั่น หางตากระตุกขึ้นมาอย่างเห็นได้ยาก
ใจคอค่อนข้างคลางแคลง
หลี่เม่าเดินลิ่วเข้าประตูใหญ่ราวกับไม่มีใครอยู่ เดินไปได้สองก้าว กลับนึกอะไรขึ้นได้ หันไปปิดประตูใหญ่ แล้วยกไม้ดาลประตูข้างๆ ปิดลั่นกลอน ใส่เรียบร้อย ขัดแน่น
เขย่าเล็กน้อย แน่ใจว่าแข็งแรงพอแล้ว จึงตบมือสองทีด้วยความพอใจ
หันกลับมา กวาดสายตาผ่านทุกผู้คนในสวนจวนกั๋วจิ้วอันกว้างใหญ่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
อยู่กันครบ สงวนแรงไม่ต้องไปหาเองทีละคน
“เจ้าตัวเล็กนี่ เจ้าทำอะไรกันแน่ ถึงได้ทำร้ายน้องสองของเจ้าจนเป็นเช่นนี้!”
แววตาสตรีงามฉายแววตื่นตระหนก ตวาดด่าดังก้อง เอ่ยว่า “ไสหัวไปก่อน ไปคุกเข่าเฝ้าหน้าประตูจวนหนึ่งคืน!”
ทุกคราก่อน ไม่ว่าในบ้านเกิดเรื่องเลวร้ายใด หลี่เม่าก็จะถูกลงโทษให้ไปคุกเข่าหน้าประตูจวน “สำนึกผิด”
“เจ้าเอ้อ เจ้าไป! ลากมันออกไป อย่าให้มันทำให้ท่านพ่อขุ่นเคือง!” สตรีงามส่งสายตาให้บ่าวผู้หนึ่งด้านข้าง
เจ้าเอ้อ บ่าวด้านข้าง พยักหน้า เข้าใจความหมายของฮูหยิน
ในฐานะบ่าวที่ฮูหยินพามาจากตระกูลเดิม เขาช่วยฮูหยินทำเรื่องมามาก ย่อมรู้ว่าฮูหยินต้องการให้ตนไปจัดการหลี่เม่า ตัวปัญหานี่
“คุณชายใหญ่ โปรดตามผู้น้อยออกไปเถิด”
ใบหน้าแย้มยิ้ม เจ้าเอ้อก้มตัว มือหนึ่งล้วงไปถึงช่วงท้อง แสงเย็นเยียบวาบแวบอย่างเลือนราง
เจตนาฆ่า?
หลี่เม่าขมวดคิ้ว ชี้ไปที่บ่าวผู้หนึ่ง ลูบคลำท้ายทอย “เจ้านี่มัน…”
“อ้อ… ข้าจำได้แล้ว!”
“เจ้าคือคนนั้นนี่!”
บ่าวผู้นั้นชะงักไป ทว่าตรงหน้ากลับพร่ามัววูบไหว
ฉัวะ!
กริชที่เขาคลำเจอตรงเอว หายวับไปในพริบตา!
ลำคอเกิดความเจ็บปวดแสบขึ้นมาอย่างประหลาด!
“แค่กๆๆ…”
หลี่เม่ามือหนึ่งกดหน้าผากเจ้าเอ้อ ผลักออกไปเบาๆ อีกมือดึงกริชที่ทะลุผ่านลำคอของเขาออก เสียงแผ่วเบา “หายใจลึกๆ… หายใจเข้า… หายใจออก…”
“อีกเดี๋ยวก็ผ่านไป…”
“เก่อเก่อเก่อ…” เสียงในลำคอค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงฟองเลือดพวยพุ่ง ร่างเจ้าเอ้ออ่อนระทวย ร่วงลงกับพื้น
สวนกว้างใหญ่นั้น ไม่มีสุ้มเสียงใดๆ อีก!
กระทั่ง…
“อ๊า… อ๊า…”
เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ดังจากปากสตรีงาม!
ดวงตาคู่หนึ่ง รูม่านตาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ชี้ไปทางหลี่เม่าด้วยความหวาดกลัว นิ้วมือสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
หลี่เม่าปาดคางตามอำเภอใจ มองคราบเลือดที่เปื้อนมือ ยิ้มใสซื่ออย่างน่าสงสาร “ร้องได้ครื้นเครงเช่นนี้ รายต่อไปก็เจ้านี่แหละ!”
ถึงตอนนี้ หลี่เฟิ่งเทียนเพิ่งได้สติ มองหลี่เม่าด้วยความโกรธตื่นตระหนก เอ่ยว่า “เจ้าลูกอกตัญญู เจ้าจะทำอะไรกันแน่!”
หลี่เม่าเอียงศีรษะเล็กน้อย กวาดสายตามองใบหน้าทุกคนที่อยู่ในเหตุ แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย “ตามหาคน”
ตามหาคน?
หลี่เฟิ่งเทียนตะลึงงัน ขมวดคิ้ว ใบหน้าอ้วนพีเต็มไปด้วยความสงสัย
“ดูท่าท่านคงไม่รู้ แต่ฮูหยินของท่านน่าจะรู้” หลี่เม่ามองสตรีงามที่ตัวสั่นงันงกดุจร่อนแกลบ แล้วฉีกยิ้มกว้าง
ในสวนมีโคมสว่างเจิดจ้า สายลมพัดผ่าน แสงไฟเต้นระยับ สะท้อนเงาสลัวบางให้ปรากฏบนใบหน้าเปื้อนเลือดนั่น…