ปลายนิ้วเกี่ยวไกปืนไว้ แต่อวิ๋นเฉินกลับชะงักไปครู่หนึ่ง
ยิงหัวเลือดสาดเกินไป อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นตัวเธอเอง
อวิ๋นเฉินค่อย ๆ เลื่อนปากกระบอกปืนลง จ่อเข้าที่หัวใจของด้านมืด
“นี่คือสิ่งที่เธอต้องการหรือ?” เธอเอ่ยกับ “ตัวเอง” ที่หยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าเสียงแผ่ว
จากนั้นก็ลั่นไก
อวิ๋นเฉินหลับตาลง
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วใบหน้าอวิ๋นเฉิน ท่ามกลางเวลาที่หยุดนิ่ง
เมื่อเวลากลับมาเดินอีกครั้ง ร่างของด้านมืดก็ไร้สิ่งพยุง ค่อย ๆ ล้มลงตรงหน้าเธอ
ทว่าไม่นานอวิ๋นเฉินก็พบว่าตนถูกหลอก
แม้จะฆ่าด้านมืดได้ เธอก็ยังออกจากลำแสงนี้ไม่ได้
เธอทำได้เพียงเป็นเหมือนผู้ชมที่ถูกขังอยู่ในกล่องแก้ว มองดูเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ห่างออกไปแค่เอื้อม ตายด้วยน้ำมือของด้านมืดของตัวเองทีละคน ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
เมื่อครบ 10 นาที ม่านกั้นก็หายไปอย่างไร้เสียง
สถานที่แห่งนั้นกลับคืนสู่โรงละครดังเดิม
อวิ๋นเฉินยืนอยู่ตรงกลาง เนื้อตัวเปื้อนเลือด รอบข้างมีศพเพื่อนร่วมทีมนอนเกลื่อนกลาด
ทุกอย่างเหมือนภาพที่เธอเห็นล่วงหน้าไม่มีผิด
……
“เอ๊ะ? ทำไมจู่ ๆ ฉันถึงออกมาได้ล่ะ?”
หมิ่นอิ่งซินยืนงุนงงอยู่กลางลานกว้าง
เมื่อครู่เธอยังถูกด้านมืดเอามีดสั้นจ่ออยู่เลย ก่อนหน้านี้เพิ่งหาจังหวะโต้กลับจนสำเร็จแท้ ๆ แต่พริบตาต่อมากลับถูกส่งออกจากเกม
ไม่เพียงเท่านั้น บาดแผลบนตัวเธอก็หายเป็นปกติแล้ว หากเสื้อผ้าไม่ขาดวิ่น เธอคงคิดว่าเรื่องเมื่อครู่เป็นแค่ฝัน
หวงฝู่ซีปรากฏตัวตามมา
หลังจากนั้นตี๋ซิวซือ ลี่ซา และฮวาเจิ้งหาวก็ทยอยถูกส่งออกมา
