ฝูเสี่ยวไกวมองเจ้านายของตัวเองอย่างเหม่อลอย พลิกผันครั้งใหญ่จนมันพูดอะไรไม่ออก
สรุปว่าท่าทางน่าอนาถเมื่อครู่ล้วนเป็นการแสดงงั้นหรือ? เมื่อกี้มันเกือบคิดแล้วว่าพวกเขาจะต้องมาตายที่นี่จริง ๆ!
“แน่ใจหรือว่าจะชี้ตัวชู่เล่อว่าเป็นสายลับ?” กรรมการยืนยันตามขั้นตอน
“แน่ใจ”
อวิ๋นเฉินพูดจบก็หันไปมองชู่เล่อที่ตกอยู่ในความเงียบงัน
“น่าเสียดายนะ ที่เธอไม่ได้ตายในมือฉัน”
การถูกคัดออกครั้งนี้หมายความว่าโควตาเล่นเกมครั้งสุดท้ายของชู่เล่อหมดลงแล้ว สิ่งที่รอเธออยู่คือการถูกระบบลบออก และหายไปจากโลกแห่งเกม
“เธอควรขอบคุณฉันนะ” อวิ๋นเฉินใช้คำพูดก่อนหน้านี้ของชู่เล่อตอบกลับไป “ที่ทำให้เธอจากไปอย่าง ‘มีเกียรติ’ ขนาดนี้”
ฆ่าคนยังไม่พอ ยังต้องทำลายจิตใจด้วย
ชู่เล่อกำไม้ท่อนนั้นแน่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
“ชี้ตัวสำเร็จ” กรรมการประกาศ “สายลับชู่เล่อถูกคัดออก ผู้ชี้ตัว ‘คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง’ ได้เพิ่ม 3 คะแนน”
ก่อนที่ร่างของชู่เล่อจะเริ่มสลายกลายเป็นจุดแสง อวิ๋นเฉินก็ยิ้มให้เธอ
“ลาก่อน”
ใบหน้าซีดขาวเปื้อนเลือดนั้นดูชวนขนลุกอยู่บ้าง
แสงสีขาวสลายไป ชู่เล่อกับเป้ยเป้ยหายไปในอากาศ ส่วนท่อนไม้ที่เปื้อนเลือดของอวิ๋นเฉินก็ตกลงพื้นดัง “แปะ”
ลานโล่งกลับคืนสู่ความเงียบสงัด
“เจ้านาย! ทำเอาฉันตกใจแทบตาย! เจ็บไหม?” ทันทีที่ชู่เล่อหายไป ฝูเสี่ยวไกวก็อยากพุ่งเข้าใส่อวิ๋นเฉิน แต่กลับพบว่าตัวเองยังขยับไม่ได้
แม้คนจะออกจากเกมไปแล้ว แต่ผลของการ์ดขั้นเทพยังคงอยู่
