อวิ๋นเฉินทายตัวเลขของทั้งเจ็ดคนถูกในรวดเดียว ทุกคนยอมรับก็จริง แต่ในใจก็ยังอดเสียดายไม่ได้อยู่บ้าง
โดยเฉพาะตี๋ซิวซือ
“ไม่ได้ เกมจะจบแบบนี้ไม่ได้ เธอทายของพวกเราได้สนุกขนาดนี้ ถึงตาพวกเราทายของเธอบ้างแล้ว!”
“ใช่!” ชู่เล่อเห็นด้วย “จะให้เธอได้โชว์อยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”
หวงฝู่ซีกล่าวเสริมว่า “ถ้าให้ทั้งเจ็ดคนทาย แต่ละคนก็ถามได้แค่ครั้งเดียว แบบนี้ถึงจะยุติธรรมกว่า ว่าอย่างไรอ้ายชิง กล้ารับคำท้าหรือไม่?”
“มีอะไรให้ไม่กล้า?” อวิ๋นเฉินรับคำท้าอย่างไม่ลังเล
เธอหยิบกระดาษเปล่าขึ้นมาแผ่นหนึ่ง แล้วจรดปากกาเขียนตัวเลขลงไปทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขียนเสร็จแล้วก็วางกระดาษคว่ำหน้าลงบนโต๊ะ ก่อนยกมือส่งสัญญาณ
“เรียบร้อย ถามมาได้เลย”
แต่กลับไม่มีใครรีบถาม ทั้งเจ็ดคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิด
หมิ่นอิ่งซินจ้องกระดาษใบนั้น “ตัวเลขของหัวหน้าทีมต้องมีหลุมพรางอยู่ทุกจุดแน่ ๆ พวกเราต้องระวังให้ดี อย่าใช้โอกาสทิ้งขว้างล่ะ”
ชู่เล่ออาสาเป็นคนแรกที่ถาม “ตัวเลขของเธอเคยปรากฏมาก่อนหรือเปล่า?”
อวิ๋นเฉินตอบว่า “ไม่เคย”
“เธอออกจากบ้านโดยไม่พกสมองมาด้วยหรือไง!” ตี๋ซิวซือแซะ “มุกนี้นั่วถีซาหยาเพิ่งใช้ไปก่อนหน้านี้ เธอจะใช้ซ้ำได้ยังไง!”
ชู่เล่อโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วถ้าเกิดล่ะ? ถ้าเธอเดาได้ว่าพวกเราคิดว่าเธอคงไม่ใช้วิธีนี้ เลยจงใจทำตรงกันข้ามล่ะ!”
“ความคิดนี้ดีมาก” อวิ๋นเฉินเอ่ยชมความคิดของชู่เล่อ แต่ก็กล่าวต่อว่า “น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น”
“ได้ยินไหม! ไม่ว่าถูกหรือผิด อย่างน้อยอวิ๋นเฉินก็ยอมรับความคิดของฉัน!” ชู่เล่อยกคางใส่ตี๋ซิวซืออย่างลำพองใจ
