เมื่อเดินไปถึงตรงหน้า เธอก็เดินวนดูอีกฝ่ายหนึ่งรอบ จากนั้นกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจริงจัง ราวกับกำลังพิจารณาว่าควรลงมือตรงไหนถึงจะประหยัดแรงที่สุด
สุดท้ายสายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่ท้องของตี๋ซิวซือ
เริ่มทุบจากตรงนี้ก่อน... ไม่สิ เคาะต่างหาก
อวิ๋นเฉินยกพลองขึ้น แล้วฟาดใส่ท้องของตี๋ซิวซืออย่างรวดเร็ว แม่นยำ และหนักหน่วง
ปัง! ปัง! ปัง!
เธอออกแรงไม่น้อย ฟาดไปไม่กี่ครั้ง ชั้นน้ำแข็งบริเวณท้องของตี๋ซิวซือก็ร้าวอย่างรวดเร็ว เศษน้ำแข็งร่วงกราวลงพื้น ส่งเสียงใสกังวาน
พอเจาะตรงกลางจนเปิดได้ เธอก็ไล่ขึ้นไปด้านบนต่อทันที
พอฟาดมาถึงบริเวณไหล่ ชั้นน้ำแข็งด้านบนก็พังทลายลงตามไปด้วย ในที่สุดศีรษะของตี๋ซิวซือก็โผล่ออกมา
แต่อวิ๋นเฉินไม่ทันสังเกตเห็น ยังคิดจะฟาดขึ้นไปอีกที
ก่อนพลองจะหวดลงมาเพียงเสี้ยววินาที มือข้างหนึ่งก็ยกพรวดขึ้นมาคว้าด้ามพลองไว้แน่น
“นี่เธอคิดจะตีฉันให้ตายหรือไง?!” ตี๋ซิวซือทำหน้าตื่นตระหนกจนเสียงแทบแตก
ใครจะรู้ว่าเพิ่งได้สติกลับมา เขาก็เห็นพลองไม้ขนาดเท่าท่อนแขนพุ่งตรงมาที่หน้า เกือบทำเอาขวัญหนีดีฝ่อ!
แววเสียดายวูบผ่านดวงตาของอวิ๋นเฉิน เธอดึงพลองกลับมาอย่างลื่นไหล พลางสะบัดข้อมือ “ละลายน้ำแข็งได้แล้ว ทำไมไม่รีบส่งเสียง?”
“เธอเปิดโอกาสให้ฉันพูดหรือไง!” ตี๋ซิวซือโมโหจนกระโดดเหยง ๆ ชี้หน้าเธอพลางกล่าวหา “เมื่อกี้เธอเล็งหน้าฉันไว้ชัด ๆ ตั้งใจแน่นอน!”
อวิ๋นเฉินยักไหล่ ไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับ
อีกด้านหนึ่ง เสียงน้ำแข็งแตกดังกรอบแกรบขึ้นมา หวงฝู่ซีก็ได้กลับมาเห็นโลกอีกครั้งในที่สุด
