ตี๋ซิวซือชินกับท่าทีแย่ ๆ ที่คนอื่นมีต่อตนแล้ว จึงหน้าด้านเอ่ยขอ “รายงานครับ หัวหน้า ผมขออนุญาตได้ไหมครับ ขอผมลงไปกินบุฟเฟต์มื้อนั้นที่มีมูลค่าห้าร้อยแต้มให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเข้าไปรับโทษ”
คำพูดที่เขาแสร้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าอวิ๋นเฉินในงานประมูลก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะกุขึ้นมาทั้งหมด เขาไม่ได้กินอิ่มมาพักใหญ่แล้ว เมื่อครู่นี้ในร้านอาหารก็ได้แทะเนื้อปูชิ้นเล็ก ๆ ไปแค่สองคำอย่างฝืดคอ
ถ้าต้องท้องว่างเข้าไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในมิติลงทัณฑ์ เขาคงได้ทิ้งชีวิตไว้ข้างในแน่
หัวหน้าทีมสูดหายใจลึก “...รีบไสหัวไปกินเดี๋ยวนี้! กินเสร็จแล้วก็รีบไสหัวเข้าไป!”
“ได้เลยครับหัวหน้า! หัวหน้าช่างปราดเปรื่อง!” ตี๋ซิวซือลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว แล้วหันไปเรียกอวิ๋นเฉินกับหวงฝู่ซี “ไป ๆ ๆ! กลับไปกินปูกันต่อ!”
……
เรื่องราวคลี่คลายลงด้วยดี ทั้งหมดถูกไล่ออกจากห้องสอบสวน
หน่วยรักษาความสงบมีหน้าที่จับคน ไม่ได้มีหน้าที่ส่งกลับ พวกเขาจึงต้องเดินทางกลับกันเอง
รถของอวิ๋นเฉินจอดอยู่ที่ลานจอดรถของร้านอาหาร ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะหน้าด้านขอติดยานลาดตระเวนของหัวหน้าทีมลงไปด้วยดีหรือไม่
“มานี่ เดี๋ยวพ่อคนนี้พาพวกเธอลงไปเอง!” ตี๋ซิวซือบอกอวิ๋นเฉินกับหวงฝู่ซี
อวิ๋นเฉินเลิกคิ้ว “นายเนี่ยนะ? จะพาพวกเราลงไปยังไง?”
“ก็ต้องอาศัยสิ่งนี้สิ—เคลื่อนย้ายพริบตา”
ตี๋ซิวซือชูการ์ดไอเทมขึ้นระหว่างนิ้ว เป็นการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตาระดับดาวเหนือชั้นที่สามารถเคลื่อนย้ายขึ้นลงได้ทันทีโดยไม่สนสภาพภูมิประเทศ
ขณะที่ตี๋ซิวซือกำลังจะใช้การ์ด
“เดี๋ยวก่อน”
อู๋หม่าที่เดินตามหลังมาเงียบ ๆ ราวกับวิญญาณ จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้น
