เหล่ากงถูกจี้ใจดำ แววตาวูบไหว ก่อนจะเบือนสายตาอย่างกระอักกระอ่วน
“สารภาพแต่โดยดี โทษจะได้เบา หากขัดขืน โทษจะหนักขึ้น” น้ำเสียงของอวิ๋นเฉินไม่ดังนัก แต่กลับกดดันอย่างยิ่ง
“ใช่ ฉัน...” เหล่ากงเผลอจะอธิบาย แต่พอคำพูดมาถึงปากก็ได้สติ “ไม่สิ! นี่คุณกำลังสอบสวนผู้ต้องหาอยู่หรือไง!”
เห็นเขาไม่หลงกล อวิ๋นเฉินจึงเปลี่ยนวิธีพูด “ฉันไม่เข้าใจเลย ฉันเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งมาถึง จะมีอะไรให้คุณคิดแผนเล่นงานได้กัน? ฉันก็แค่ทำลายสถิติได้เท่านั้นเอง”
ก็แค่ทำลายสถิติได้เท่านั้นเอง?
พูดเสียเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ คิดว่าทำลายสถิติกันได้ง่าย ๆ หรือไง?
เธอไม่รู้หรือว่าในหมู่ผู้เล่นนับหมื่น มีคนทำลายสถิติได้แค่สิบกว่าคนเท่านั้น?
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เหล่ากงก็เม้มปากเงียบ ไม่พูดอะไร
“ฉันไม่ชอบให้ใครมาวางแผนเล่นงาน” น้ำเสียงของอวิ๋นเฉินเย็นลง ก่อนจะเริ่มไล่แขก “ในเมื่อคุณไม่ยอมพูด ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ประตูอยู่ทางนั้น เชิญตามสบาย”
เหล่ากงลุกขึ้นยืน แต่กลับไม่ยอมก้าวขาออกไปเสียที
เขากำลังลังเล
ให้ปล่อยม้ามืดที่เขาหมายตาไว้หลุดมือไปแบบนี้ เขาก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก
อวิ๋นเฉินไม่ได้เร่ง เพียงมองเขาเงียบ ๆ
ในที่สุดเหล่ากงก็เหมือนตัดสินใจได้ เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง สูดหายใจลึกแล้วเอ่ยว่า “ก็ได้ ฉันจะบอก แต่คุณต้องสาบานว่าจะไม่เอาไปพูดข้างนอก”
อวิ๋นเฉินเลิกคิ้ว “ฉันตั้งใจฟังอยู่”
เหล่ากงกัดฟันพูด “พวกเจ้าหน้าที่อย่างเราแอบเปิดวงพนันกัน ฉันพนันว่าคุณจะเป็นม้ามืดที่ฝ่าทะลุขึ้นมาได้”
อวิ๋นเฉินเริ่มสนใจ “ถ้าพนันถูก จะได้อะไร?”
“ได้แต้มสิ!” เหล่ากงอธิบายกติกาการพนันอย่างรวบรัด
ก่อนหน้านี้อวิ๋นเฉินยังทำเหมือนไม่ใส่ใจ แต่พอได้ยินคำว่า “ได้แต้ม” เธอก็ยืดตัวนั่งตรง
นี่มันเหมือนกำลังง่วงแล้วมีคนเอาหมอนมาให้เลยไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้เธอกำลังขาดแต้มไปซื้อการ์ดไอเทมพอดี!
“ฉันจะเข้าร่วม” อวิ๋นเฉินตัดสินใจเด็ดขาด
เหล่ากงปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่ได้! คุณเป็นผู้เล่น วงพนันนี้มีแค่พวกเจ้าหน้าที่อย่างเราที่เล่นกันเองได้”
อวิ๋นเฉินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ไม่ให้เข้าร่วมเหรอ? งั้นฉันคงต้องไปร้องเรียนแล้วล่ะ”
