“อะไรนะ?!” ชู่เล่อหน้าเปลี่ยนสี “เป็นไปได้ยังไง?!”
คนตรงหน้าเธอถูกตรึงเอาไว้ไม่ใช่หรือ?
แล้วเครื่องประดับชั้นสิบถูกใครโจมตีเข้า?
ขณะที่กำลังสงสัย เธอก็ได้ยินเสียงคุ้นหูที่เปี่ยมด้วยความลำพองดังมาจากทางหอคอยว่า
“เจ้านาย!!!”
ชู่เล่อเข้าใจทันที
อวิ๋นเฉินมองชู่เล่อที่เพิ่งตระหนักได้ สีหน้าหม่นหมองราวกับสิ้นหวัง ก่อนถอนหายใจอย่างหนักใจ “เล่อเล่อ ถึงเธอจะเรียนรู้กลยุทธ์ของฉันไปแล้ว แต่เธอก็ยัง...ใสซื่อเกินไป”
เธอคาดไว้แต่แรกแล้วว่าชู่เล่อคงไม่ปล่อยให้เธอผ่านด่านได้อย่างราบรื่น และต้องลงมือขัดขวางในช่วงสุดท้ายแน่ ก่อนจะบุกขึ้นชั้นสิบ เธอจึงส่งข้อความทางจิตถึงฝูเสี่ยวไกวไว้ก่อน
ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ ก็ให้ฝูเสี่ยวไกวล่องหนแล้วเข้ามาช่วยปิดงาน
ชู่เล่อยอมรับความพ่ายแพ้
ป้องกันไม่ทันจริง ๆ ป้องกันไม่ทันเลย!
แต่ไม่นานเธอก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ฝูเสี่ยวไกวอยู่ที่นี่ แล้วเป้ยเป้ยล่ะ?
คำตอบคือ บนพื้นห่างออกไปหลายร้อยเมตร กระรอกน้อยตัวหนึ่งกำลังลากหางใหญ่ ๆ วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา
ตอนที่ต่อสู้กันเมื่อครู่ เป้ยเป้ยถูกฝูเสี่ยวไกวโยนไปไกล
ฝูเสี่ยวไกวบินได้ แต่เป้ยเป้ยบินไม่ได้
มันจึงได้แต่วิ่งกลับมาด้วยขาทั้งสี่ พลางร้องอย่างสิ้นหวังไปด้วย “เล่อเล่อ! ค้างคาวมารตัวเหม็นนั่นไม่รู้จักกติกาเลย—!”
ชู่เล่อ “……”
เธอมองอวิ๋นเฉินกับฝูเสี่ยวไกวที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างลำพองใจด้วยความอ่อนล้าทั้งกายใจ
