ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ใบจอบที่หักครึ่งซึ่งวางอยู่บนพื้นเป็นคนพูด
“ช่วยกลับไปเป็นจอบก่อน แล้วค่อยพังหลังจากฉันพรวนดินสองแปลงนี้เสร็จได้ไหม” อวิ๋นเฉินใช้ไม้ในมือเคาะจอบเหล็กที่อยู่บนพื้น พลางเอ่ยต่อรองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ใบจอบที่หักดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดกับใคร ยังคงพึมพำกับตัวเองต่อไปว่า “ในที่สุดก็ได้ออกจากระบบสักที! ในที่สุดก็ไม่ต้องทำงานแล้ว...”
อวิ๋นเฉิน “...”
เอาเถอะ ดูท่าคงหวังอะไรไม่ได้แล้ว
เธอเปิดร้านค้าอย่างจนใจแล้วค้นหาคำว่า “จอบ” ให้ตายสิ จอบธรรมดาที่สุดด้ามหนึ่งกลับตั้งราคาไว้ถึง 2 เหรียญทอง
ราคานี้มันฉวยโอกาสตอนคนกำลังลำบากชัด ๆ!
ต้องจงใจแน่ ๆ มอบเครื่องมือเริ่มต้นห่วย ๆ ให้ผู้เล่น แล้วบีบให้จ่ายเงินตั้งแต่เริ่มเกม
คิดจะให้เธอควักเงินเหรอ? ฝันไปเถอะ!
อวิ๋นเฉินตัดสินใจซ่อมมันเอง
เธอกลับเข้าไปค้นหาเครื่องมือในบ้าน ดีเลย ไม่มีแม้แต่ตะปูสักตัว
เห็นได้ชัดว่าเกมคาดการณ์ความคิดแบบนี้ของผู้เล่นไว้แล้ว จึงปิดโอกาสในการซ่อมด้วยมือเสียตั้งแต่ต้นทาง
หึ
คิดแค่นี้จะทำให้เธอจนปัญญาได้หรือ? ไม่มีทาง
เธอเรียกเพื่อนเงาออกมา
“ไปเดินดูแถวผู้เล่นคนอื่น ขโมยจอบที่พวกเขาไม่ได้ใช้กลับมา ขโมยได้เท่าไรก็เอามาให้หมด”
เดิมทีเธอคิดจะให้ฝูเสี่ยวไกวไป แต่เจ้าตัวเล็กออกไปสืบข่าวแล้วยังไม่กลับมา
ระหว่างรอ “จอบอันใหม่” มาส่ง อวิ๋นเฉินเหลือบมองแถบสถานะของตัวเอง
[ค่าพละกำลัง: 92/100]
ลดไป 8 แต้ม
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
กฎระบุว่าการทำงานแต่ละครั้งใช้พละกำลัง 1 แต้ม
