ช่างเถอะ ทำงานให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน
เวลานี้ ฝูเสี่ยวไกวก็ตื่นแล้วเช่นกัน
มันบินออกมาจากในบ้านอย่างสะลึมสะลือ ยังมีท่าทางงัวเงียอ้อยอิ่งอยู่บ้าง ก่อนจะร่อนลงบนไหล่ของอวิ๋นเฉิน เสียงของมันไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว กลับมาใสกังวานเป็นปกติ “นายท่าน อรุณสวัสดิ์”
“ตื่นแล้วเหรอ” อวิ๋นเฉินเหลือบมองมัน ได้ยินน้ำเสียงใสกังวานที่ไร้ความออดอ้อนเหนียวหนึบแบบเมื่อวาน ก็ดูท่าว่าฤทธิ์ของการ์ด “เสน่ห์ดึงดูดผู้คน” จะหมดลงแล้ว
เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงคว้าถังไม้เปล่าที่มุมกำแพงขึ้นมา แล้วเดินไปยังลานหลังบ้าน
ในคอกสัตว์ วัวนมตัวใหญ่กำยำตื่นแล้ว กำลังยืนเหม่ออยู่กับที่
พอได้ยินเสียงฝีเท้าของอวิ๋นเฉิน หูของมันก็ขยับ ก่อนจะหันหัวใหญ่โตมามองเธอ
อวิ๋นเฉินผลักประตูรั้วไม้เข้าไป วางถังไว้ใต้ท้องวัว แล้วนั่งยอง ๆ จ้องเต้านมที่พองคัดด้วยท่าทีไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี
ในโลกความเป็นจริง เธอเคยทำเรื่องแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ?
มองวัวตรงหน้าที่มีแวตาไร้เดียงสา ราวกับกำลังบอกว่า “ตามสบายเลย” อวิ๋นเฉินนิ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนตัดสินใจ...กัดฟันทำต่อ
เธอยื่นมือออกไป อาศัยความทรงจำเลือนรางในหัว ลองคลำและบีบนวดอย่างระมัดระวัง
วัวเอียงหัวมามองเธอด้วยดวงตากลมโตชุ่มฉ่ำ ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านแม้แต่น้อย มีเพียงหางที่สะบัดเบา ๆ ไล่แมลงวัน
...ยังดีที่ไม่โดนเตะ
คงเป็นเพราะค่าความประทับใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อวาน วัวนมจึงให้ความร่วมมือเป็นพิเศษ ยืนนิ่งอย่างสงบ ปล่อยให้เธอจัดการอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
