ตี๋ซิวซือแค่นเสียง “ก็แค่อิจฉาเท่านั้นแหละ”
ทุกคน “……”
ใครจะไปอิจฉาเรื่องแบบนี้กัน
หมิ่นอิ่งซินมองปืนในมือของตัวเอง แล้วมองทุกคน ก่อนเอ่ยอย่างลังเล “หรือว่า…ฉันไม่ถือดีกว่าไหม จะได้ไม่เปลืองกระสุน”
ลี่ซาพยักหน้าเบา ๆ “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ฉันกับเสี่ยวซินไม่คุ้นกับปืน ถือไว้ก็ใช่ว่าจะยิงโดน พวกเธอไปสู้กัน ส่วนฉันกับเสี่ยวซินหาที่ซ่อนตัวดี ๆ กันไหม?”
ตอนพูด น้ำเสียงของเธอเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
รอบนี้เธอไม่อาจใช้พลังสร้างโล่ให้ทุกคนเหมือนก่อน จึงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจอยู่บ้าง ทั้งยังกังวลว่าจะเป็นตัวถ่วง
แต่อวิ๋นเฉินปฏิเสธทันที
“ไม่ต้อง”
“ถ้าให้พวกเธอซ่อนตัวจริง ๆ ก็ปลอดภัยกว่า แต่แบบนั้นพวกเธอคงแทบไม่มีส่วนร่วมในเกมนี้”
“พวกเราเป็นทีมเดียวกัน แน่นอนว่าต้องลงมือไปด้วยกัน”
เธอรู้ดีว่า หากมองในแง่ยุทธวิธี การซ่อนคนที่ไม่ถนัดการยิงปืนสองคนไว้ก่อนก็เป็นทางเลือกที่รอบคอบ
แต่รอบคอบไม่ได้แปลว่าดีที่สุด
ข้อแรก ไม่มีใครรับประกันได้ว่าหลังจากซ่อนแล้ว พวกเธอจะไม่ถูกอ้าวรุ่ยทีคังหาเจอ
ข้อสอง การหลบอยู่ตลอดไม่มีทางทำให้คนเก่งขึ้น
หากหลังจากนี้ทีมยังต้องต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันต่อไป ยิ่งพวกเธอพัฒนาตัวเองได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีในภายหน้า
ลี่ซายังคงลังเลอยู่บ้าง “แต่ถ้าพวกเรายิงไม่โดนล่ะ?”
อวิ๋นเฉินยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มมีเลศนัย “ลองเปิดมุมมองให้กว้างกว่านี้หน่อย ตอนคนกำลังเคลื่อนไหว ยิงให้โดนก็ยากจริง”
