อวิ๋นเฉินพลิกมือ เก็บการ์ดชุบชีวิตลงในซองการ์ด จากนั้นก็โอนแต้มเข้าบัญชีของตี๋ซิวซือทันที
แต้มสามแสนห้าหมื่นที่ถูกหักไป ไม่ได้ทำให้เธอเสียหายหนักหนาอะไร ยังคงเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินนับล้านอยู่ดี
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังติ๊งข้างหู ตี๋ซิวซือกลับไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม “ตกลงทำไมเธอถึงตอบตกลงง่ายขนาดนี้?”
อวิ๋นเฉินเหลือบมองเขา แล้วถามย้อน “ใช้สมองหมู ๆ ของนายคิดดูสิ ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าฉันเอาการ์ดใบนี้ออกประมูล จะขายได้เท่าไร? ห้าแสน? หรือหกแสน?”
“……”
ภายในห้องส่วนตัวเงียบงันไปชั่วขณะ
ตี๋ซิวซือพลันเข้าใจ ร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด “ให้ตายสิ! เล่นแบบนี้ก็ได้เหรอ?! ฉันไม่ขายแล้ว! เอาการ์ดคืนมา!!”
เขาแค้นใจเหลือเกิน! เขาซื่อเกินไป ใสซื่อเกินไป! ในหัวคิดแต่เรื่อง ‘ขายต่อในราคาเดิม ไม่ขาดทุน’
จากสถานการณ์ในเมืองผู้เล่นตอนนี้ ทางการโยนการ์ดเทพเจ้าหายากออกมาเป็นเหยื่อล่อถึงสามใบ แสดงว่าการรวบรวมการ์ดเทพเจ้าให้ครบชุดไม่ได้เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดของผู้เล่นจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดเป็นตัวกระตุ้น การ์ดชุบชีวิตย่อมเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับรักษาชีวิต ราคาต้องพุ่งสูงขึ้นราวกับติดจรวดแน่นอน!
ส่วนต่างอย่างน้อยสองแสนแต้มนี้ เดิมทีคนที่ควรได้กำไรคือเขาต่างหาก!!
