“……”
“หา?! จริงเหรอ?!”
หวงฝู่ซียังไม่ทันได้ต่อบท ฝูเสี่ยวไกวที่ล่องหนอยู่ข้าง ๆ ก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แล้วโพล่งออกมา
ปฏิกิริยาของมันทำให้หวงฝู่ซีหลุดหัวเราะ “แน่นอนว่าไม่จริง ไม่รู้หรือว่าเจ้านายของเธอล้อเล่นอยู่?”
“อ้อ… เฮ้อ…” ฝูเสี่ยวไกวใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ตบอกตัวเอง “ตกใจหมดเลย นึกว่าเป็นเรื่องจริงเสียอีก”
ก็เจ้านายเป็นพวกลงมือฆ่าใครก็ฆ่า แถมไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว ถ้าจะบอกว่าเป็นฆาตกรโรคจิต…ก็ดูไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่ออะไรนักไม่ใช่หรือ?
ทั้งสองคนได้ยินคำพูดนั้นเต็ม ๆ
หวงฝู่ซีแหย่ขึ้นว่า “ท่านเสนาบดี ดูท่าทางสัตว์เลี้ยงวิญญาณของท่านจะรู้จักท่านไม่ลึกซึ้งพอเสียแล้ว”
อวิ๋นเฉินเหลือบมองไปทางฝูเสี่ยวไกว รอยยิ้มมีความหมายลึกซึ้ง
“ไม่เป็นไรหรอก” เธอพูดเนิบช้า “วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล มีเวลาอีกมากให้มันค่อย ๆ ทำความรู้จักฉันอย่างลึกซึ้ง”
พอถูกสายตาคู่นั้นกวาดมอง ฝูเสี่ยวไกวก็หนาววาบไปทั้งตัวโดยไม่รู้สาเหตุ ขนบนปีกเล็ก ๆ ตั้งชันขึ้นมา
ฮือ ๆ ๆ… สายตาเมื่อครู่ของเจ้านายน่ากลัวจริง ๆ! เจ้านาย…ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?!
……
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ในอ่าวหลาน อวิ๋นเฉินก็จัดการ “ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้ง” ให้ฝูเสี่ยวไกวจริง ๆ
แต่เป้าหมายที่ให้ทำความรู้จักไม่ใช่เธอ หากเป็นผู้เล่นระดับต้น ๆ หลายคนบนกระดานจัดอันดับ
เรื่องจำหน้าคน อวิ๋นเฉินตกลงกับฝูเสี่ยวไกวไว้ตั้งแต่ในเกมแล้ว เธอไม่ได้ลืม
ในห้องนั่งเล่น อวิ๋นเฉินฉายภาพของนั่วถีซาหยาและคนอื่น ๆ ที่ค้นหาได้ขึ้นจอโทรทัศน์ เพื่อให้ฝูเสี่ยวไกวมองเห็นได้ชัดเจน
